posttoday
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากรางปลั๊กไฟไร้มาตรฐาน

ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากรางปลั๊กไฟไร้มาตรฐาน

06 พฤษภาคม 2560

การผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และนำมาจำหน่ายให้คนใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภค

โดย...แบงก์กลิ้ง

การผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และนำมาจำหน่ายให้คนใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภค ล้วนทำลายเศรษฐกิจไม่แตกต่างกัน ระดับความรุนแรงก็แล้วแต่ความเสียหายที่มีทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะเล็กน้อย แต่โดยความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องใหญ่มาก ยกตัวอย่างสินค้าบริโภค ของกินที่ไม่ได้มาตรฐานมีการปนเปื้อนสารเคมีและเชื้อโรค คนที่กินเข้าไปก็จะเจ็บป่วย เข้าโรงพยาบาลหรือซื้อยามากินก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปโดยไม่ควรจะต้องเสีย และหากเกิดเสียชีวิตยิ่งหนักเข้าไปอีก นับเป็นความสูญเสียใหญ่หลวง

หรืออย่างกรณีที่เป็นของใช้ เช่น ครีมบำรุง ผงซักฟอก แชมพู ใช้ไปแล้วหากเกิดการแพ้ผิวหนังอักเสบก็ต้องไปหาโรงพยาบาลพบแพทย์เพื่อรักษาอาการแพ้ เป็นต้น ดังนั้นความรับผิดชอบของผู้ผลิตสินค้าจึงใหญ่หลวง บางครั้งการเสียดายเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไป

ผู้เขียนชอบเดินสำรวจตลาดเพื่อดูสภาพเศรษฐกิจ สิ่งที่พบอยู่เสมอตามตลาดนัดและตามซูเปอร์มาร์เก็ต คือ รางปลั๊กพ่วงไฟฟ้า มีวางขายกลาดเกลื่อน มีตั้งแต่ราคาไม่เกินร้อยบาทไปจนถึงเกือบพันบาท

รางปลั๊กไฟฟ้าเหล่านี้ที่วางตามตลาดนัดราคาไม่ถึงร้อยบาท หรือร้อยกว่าบาท ส่วนใหญ่จะไม่มีตราสาร “มอก.” (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ติดอยู่ บางยี่ห้อมีตรา มอก.ติดอยู่ แต่ดูแล้วก็รู้สึกไม่ปลอดภัยหากจะนำไปใช้งาน เนื่องจากราคาไม่น่าจะสอดคล้องกับมาตรฐาน

ผู้เขียนไม่ได้หมายความว่าสินค้าราคาถูกเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐาน แต่เห็นว่าสินค้าชนิดนี้เป็นของที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมาก การเข้มงวดเรื่องมาตรฐานจึงน่าจะมากกว่าปกติ แต่คนทั่วไปมักจะคิดถึงราคาก่อนคิดถึงคุณภาพ บางครั้งกลายเป็นเรานำของอันตรายเข้าบ้าน

สาเหตุใหญ่ที่สุดเมื่อเกิดไฟไหม้ 90% เป็นเพราะไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สาเหตุไฟไหม้ในอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นสาเหตุนี้

ในบ้านเรือนหรืออาคารสำนักงาน มักจะมีเต้าปลั๊กจ่ายไฟฟ้าไม่เพียงพอกับการใช้งาน ก็จะมีการนำเอาปลั๊กพ่วงไฟฟ้ามาใช้ แต่ปลั๊กพ่วงนี้จะทนต่อการใช้งานต่อพ่วงกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้จำกัด การนำเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ ชิ้นมาเสียบอาจทำให้เกิดการ Overload เพราะถ้าใช้ปลั๊กพ่วงจนปริมาณไฟรวมกันแล้วเกินกว่าขนาดที่ปลั๊กพ่วงจะทนได้ สายไฟก็จะเกิดความร้อนขึ้น จนถึงกับทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟหลอมละลาย เกิดไฟลุกได้ หรือสายไฟฟ้าร้อนถึงจุดหลอมละลาย จนกระทั่งสายทองแดงภายในทั้งสองเส้นแตะกัน ก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรทันที ซึ่งจุดนั้นก็จะมีความร้อนที่สูงมากขึ้นทำให้เกิดเพลิงไหม้

อีกกรณีที่มักจะมองข้ามกันคือ เมื่อเสียบปลั๊กจากอุปกรณ์ใช้งานกับปลั๊กพ่วงแล้วไม่แน่น หรือเราเรียกกันว่า “หลวม” นั่นเอง ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ซึ่งเป็นอันตรายแน่นอนหากพยายามใช้ต่อไป เพราะเมื่อเต้ารับตัวผู้และตัวเมียได้เสียบใช้งานแล้วไม่แน่น จะทำให้เกิดความร้อนขึ้นที่ปลั๊กพ่วง ถ้าหากเราใช้งานปลั๊กพ่วงนั้นโดยไม่มีการถอดเลย เราก็จะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะความร้อนจะค่อยๆ ทำให้ปลั๊กละลายไปทีละนิดจนกระทั่งเสียหายไม่สามารถใช้ปลั๊กตัวนั้นได้ หรือหากอันตรายกว่านั้นก็อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้เช่นกัน

วารสารฉลาดซื้อเคยได้ลองทดสอบคุณภาพของปลั๊กพ่วงเหล่านี้ โดยจัดซื้อรางปลั๊กไฟจากห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทั่ว กทม.จำนวน 18 ชิ้น ขนาด 3-6 เต้ารับ ราคาตั้งแต่ 59-660 บาท และส่งให้สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยทดสอบคุณภาพพบว่ารางปลั๊กไฟทุกยี่ห้อไม่ได้มาตรฐานเรื่องความยาวสายไฟตรงตามที่ระบุไว้ที่ฉลากเลย เฉลี่ยความยาวที่หายไปอย่างต่ำ 10 ซม.ขึ้นไป และตัวอย่างส่วนใหญ่มักจะไม่ผ่านมาตรฐานด้านความทนของวัสดุฉนวนต่อความร้อนผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ในที่สุด โดยมีตัวอย่างผ่านมาตรฐานเพียง 5 ยี่ห้อเท่านั้น ที่น่าตกใจที่สุดคือมีเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้น ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย 4 ด้าน ทั้งความต้านทานของฉนวนและแรงดันไฟฟ้า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น

มาตรฐานที่ทดสอบเน้นมาตรฐานหลัก 5 ด้าน คือ 1.ความต้านทานของฉนวนและแรงดันไฟฟ้า คือป้องกันการเกิดไฟดูด 2.อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น เต้ารับจะต้องไม่ร้อนมาก 3.แรงที่ใช้ในการดึงเต้าเสียบ เต้ารับไม่หลวม หรือแน่นเกินไป 4.ความทนของวัสดุฉนวนต่อความร้อนผิดปกติ หากปลั๊กไฟเกิดไฟลุกไหม้ไฟจะดับได้ด้วยตัวเองภายในเวลา 30 นาที จึงถือว่าได้มาตรฐาน และ 5.ความยาวของสายไฟ ต้องตรงตามที่ระบุในฉลาก

ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมขั้นตอนการผลิต และวัสดุที่นำมาผลิตรางปลั๊กไฟที่มีคุณภาพ มาตรฐานบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. 2551 แต่ก็ยังมีสินค้าไม่ได้มาตรฐานวางขายอยู่ทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า

สิ่งที่หน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทำได้ก็คือ แนะนำและเตือนผู้บริโภคที่จะซื้อสินค้าเหล่านี้มาใช้ ในกรณีของรางปลั๊กไฟนั้น ให้ดูความเรียบร้อยของการประกอบและชนิดของวัสดุว่าแข็งแรงหรือไม่ รวมถึงขนาดของสายไฟฟ้าที่ปลั๊กพ่วงควรมีขนาดใหญ่กว่าสายไฟทั่วๆ ไป ถ้าเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน จะมีฉลากระบุรายละเอียดของขนาดสายไฟและแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ได้อย่างละเอียด

ดูที่ราคา อย่าเอาที่ถูกจนเกินไป สังเกตง่ายๆ คือ ปลั๊กพ่วงเป็นสินค้าที่มีราคาตั้งแต่ไม่กี่สิบบาทจนถึงหลักพันบาท ทั้งที่ดูหน้าตาไม่ต่างกันนัก แสดงให้เห็นได้ว่าคุณภาพของวัสดุต้องต่างกันแน่นอน อย่าเน้นแต่ของที่ราคาถูก ลองดูที่ราคากลางๆ สัก 200-500 บาท ซึ่งจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ถ้านำไปใช้กับอุปกรณ์ที่ไม่ใหญ่หรือใช้กำลังไฟสูงๆ แต่ถ้าจำเป็นต้องนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีกำลังวัตต์สูงๆ ควรต้องลงทุนสักนิด เพราะหากเกิดอันตรายขึ้นมาจะไม่คุ้มค่ากับชีวิตและทรัพย์สิน

ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์เสริมทางไฟฟ้าที่ยังไม่มีมาตรฐาน มอก.ควบคุม จึงเป็นช่องว่างที่ผู้ผลิตผู้จำหน่ายแสดงเครื่องหมายที่ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด เช่น ติดตรามาตรฐาน มอก.11 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับของสายไฟฟ้า ไม่ใช่ของปลั๊กพ่วง ดังนั้นการเลือกใช้ปลั๊กพ่วงจึงควรพิจารณาให้ดี ดูที่ส่วนประกอบต่างๆ ของปลั๊ก ทั้งตัวปลั๊กเสียบ สายไฟฟ้า และวัสดุที่ใช้ทำรางปลั๊ก

การดูแลรักษาชีวิตและทรัพย์สินของเรา เป็นสิ่งที่เราต้องตระหนักในเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่าให้การเสียน้อยเสียยากทำให้เกิดความสูญเสียใหญ่หลวงขึ้นเลย ยิ่งช่วงนี้เป็นหน้าร้อน (มาก) ยิ่งต้องคำนึงถึงเรื่องไฟฟ้าให้มาก 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท