posttoday
คุก5ปีศาลไม่เชื่อเก็บเห็ด

คุก5ปีศาลไม่เชื่อเก็บเห็ด

03 พฤษภาคม 2560

ศาลฎีกาไม่ฟังข้ออ้างเข้าป่าเก็บเห็ด พิพากษาจำคุก 2 สามีภรรยาชาวกาฬสินธุ์คนละ 5 ปีนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา ชาวบ้านโนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ คนละ 5 ปี ฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ กระทำการตัดไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสองสามารถขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ หรือขอพระราชทานอภัยโทษได้"การรื้อฟื้นคดีกลับมาพิจารณาใหม่ต้องมีหลักฐานชัดเจน ดังนี้ 1.พยานบุคคลซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง 2.มีพยานหลักฐานอื่นนอกจากพยานบุคคล ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีที่ถึงที่สุดเป็นพยานปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง และ 3.มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้นจะแสดงว่าบุคคลผู้ต้องรับโทษไม่ได้กระทำความผิด" นายธวัชชัย กล่าวรองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จำเลยทั้งสองรายเคยได้รับโทษจำมาก่อนแล้ว 1 ปี 8 เดือน จึงเหลือโทษที่ต้องรับตามคำพิพ

ศาลฎีกาไม่ฟังข้ออ้างเข้าป่าเก็บเห็ด พิพากษาจำคุก 2 สามีภรรยาชาวกาฬสินธุ์คนละ 5 ปี

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา ชาวบ้านโนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ คนละ 5 ปี ฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ กระทำการตัดไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสองสามารถขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ หรือขอพระราชทานอภัยโทษได้

"การรื้อฟื้นคดีกลับมาพิจารณาใหม่ต้องมีหลักฐานชัดเจน ดังนี้ 1.พยานบุคคลซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง 2.มีพยานหลักฐานอื่นนอกจากพยานบุคคล ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีที่ถึงที่สุดเป็นพยานปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง และ 3.มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้นจะแสดงว่าบุคคลผู้ต้องรับโทษไม่ได้กระทำความผิด" นายธวัชชัย กล่าว

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จำเลยทั้งสองรายเคยได้รับโทษจำมาก่อนแล้ว 1 ปี 8 เดือน จึงเหลือโทษที่ต้องรับตามคำพิพากษาอีก 3 ปี 4 เดือน

ด้าน นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กล่าวว่า คดีนี้คงจะรื้อฟื้นใหม่ จะต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ยืนยันว่าจะเป็นหลักฐานใหม่โดยเฉพาะพยานบุคคล

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2553 จำเลยทั้งสองถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ 72 ไร่ มีการลักลอบตัดไม้กว่า 1,000 ต้น โดยพบจักรยานยนต์ของทั้งสองในพื้นที่ป่า ในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจำเลยรับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 30 ปี แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือคนละ 15 ปี

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเดือน พ.ย. 2554 ทั้งสองขออุทธรณ์ โดยอ้างว่าไม่ได้ตัดไม้ แต่เข้าไปในที่เกิดเหตุเพื่อเก็บเห็ด ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 14 ปี 12 เดือน จำเลยทั้งสองขอสู่คดีชั้นฎีกา กระทั่งศาลฎีกามีคำตัดสินดังกล่าว

ทั้งนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพฤติกรรมแห่งคดีเชื่อได้ว่าบุคคลที่เป็นกลุ่มนายทุนเกี่ยวข้องในการกระทำผิด คงมีแต่จำเลยทั้งสองเท่านั้นยอมเข้ามอบตัว มีเหตุผลสมควรลงโทษน้อยลง แต่ตามพฤติการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองส่งผลกระทบต่อสภาพความสมดุลของระบบนิเวศ ยากแก่การฟื้นฟูถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท