
เวเนซุเอลาตาย ซ้ายละตินอเมริกาล่ม?
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธเวเนซุเอลา เป็นประเทศละตินอเมริกาที่มีความพิเศษเฉพาะตัวให้เห็นอย่างหนึ่งก็คือ ข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับประเทศนี้มักจะมีความ “สุดโต่ง” เป็นพิเศษด้านใดด้านหนึ่งที่มักเรียกความสนใจได้เกือบทุกครั้งล่าสุด ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ทายาทการเมืองของอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรับวันแรงงานถึง 60% หากเป็นภาวะปกติในประเทศทั่วไป ใครฟังก็คงตาโต เพราะลำพังจะขึ้นแค่ 3% ก็ยากที่จะเข็นออกมาเต็มที แต่เพราะนี่เกิดขึ้นที่เวเนซุเอลา การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในหลักนี้จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติหากเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะลุไปกว่า 800% เรียบร้อยแล้ว เงินทองในเวเนซุเอลาตอนนี้อาจไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับข้าวปลาอาหารที่หาได้ยากเย็นเต็มที คนที่พอมีฐานะหน่อยก็จะข้ามประเทศไปกว้านซื้อกักตุนกันจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง โคลอมเบีย ส่วนคนยากจนที่ไม่มีเงินก็ต้องรับการปันส่วนอาหารจากรัฐไป โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเข้าร่วมการประท้วงหรือแสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลหากตัดเรื่องทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าอเมริกาเป็นผู้ร้าย และสื่อกระแสหลักที่ลงข่าวร้ายของเวเนซุเอลาเป็นสื่อฝั่งอเมริกันออกไปแล้ว แทบจะทุกฝ่ายแม้แต่ปร
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
เวเนซุเอลา เป็นประเทศละตินอเมริกาที่มีความพิเศษเฉพาะตัวให้เห็นอย่างหนึ่งก็คือ ข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับประเทศนี้มักจะมีความ “สุดโต่ง” เป็นพิเศษด้านใดด้านหนึ่งที่มักเรียกความสนใจได้เกือบทุกครั้ง
ล่าสุด ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ทายาทการเมืองของอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรับวันแรงงานถึง 60%
หากเป็นภาวะปกติในประเทศทั่วไป ใครฟังก็คงตาโต เพราะลำพังจะขึ้นแค่ 3% ก็ยากที่จะเข็นออกมาเต็มที แต่เพราะนี่เกิดขึ้นที่เวเนซุเอลา การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในหลักนี้จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติหากเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะลุไปกว่า 800% เรียบร้อยแล้ว
เงินทองในเวเนซุเอลาตอนนี้อาจไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับข้าวปลาอาหารที่หาได้ยากเย็นเต็มที คนที่พอมีฐานะหน่อยก็จะข้ามประเทศไปกว้านซื้อกักตุนกันจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง โคลอมเบีย ส่วนคนยากจนที่ไม่มีเงินก็ต้องรับการปันส่วนอาหารจากรัฐไป โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเข้าร่วมการประท้วงหรือแสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล
หากตัดเรื่องทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าอเมริกาเป็นผู้ร้าย และสื่อกระแสหลักที่ลงข่าวร้ายของเวเนซุเอลาเป็นสื่อฝั่งอเมริกันออกไปแล้ว แทบจะทุกฝ่ายแม้แต่ประเทศในละตินอเมริกาด้วยกันเองยังยอมรับว่าเวเนซุเอลากำลังวิกฤตหนักและง่อนแง่นเต็มที
จีดีพีปีที่แล้วติดลบ 7.4% เงินเฟ้อปีนี้มีแนวโน้มพุ่งแตะ 1,600% ในกรณีเลวร้ายที่สุด ขณะที่การประท้วงบานปลายหลายสัปดาห์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว กว่า 20 คน ไม่มีเอกชนหรือนักลงทุนนอกกล้าเสี่ยงเข้ามาในประเทศที่วันดีคืนดีก็ประกาศยึดกิจการมาเป็นของรัฐ การจ้างงานซบเซา คนจนก็ยิ่งจน ก็เริ่มเปลี่ยนใจมาต้านรัฐบาลฝ่ายซ้าย
บลูมเบิร์กได้ระบุไว้ว่า สิ่งที่เวเนซุเอลากำลังประสบคือสถานการณ์ที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อเทียบกับ 2 ทศวรรษก่อน เพราะในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งไปกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นช่วงที่เวเนซุเอลาเฟื่องฟูมากที่สุดในฐานะที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในละตินอเมริกา จนเป็นเหมือน “พี่ใหญ่” ของโลกสังคมนิยมในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และแคริบเบียน ถึงกับมีโครงการ Petrocaribe ที่ช่วยขายน้ำมันในราคาถูกสุดๆ ให้กับประเทศบ้านพี่เมืองน้อง เช่น ฮอนดูรัส จาเมกา และคิวบา
แต่การพึ่งพารายได้จากน้ำมันถึง 96% โดยไม่มีโมเดลเศรษฐกิจอื่นมา สนับสนุนเพียงพอนั้น ถือเป็นรูปแบบที่ไม่ยั่งยืน เห็นได้ชัดเมื่อราคาน้ำมันร่วงมากกว่าครึ่ง ยิ่งเมื่อเปลี่ยนสมัยจาก ชาเวซเป็นมาดูโรทีบารมีเทียบกันไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เอาไม่อยู่ บารมีในภูมิภาคก็ลดลง โครงการขายน้ำมันราคาถูกให้เพื่อนก็ลดสัดส่วนลงไปมาก ซึ่งองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ก็เพิ่งปรามเรื่องการปราบผู้ประท้วงรุนแรง
ทว่า การประท้วงที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คนในขณะนี้ อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งการประท้วงนองเลือดที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ตราบใดที่รัฐบาลยังมีกองทัพเป็นพันธมิตร และยังพอได้ประเทศใหญ่ๆ เช่น จีนและรัสเซีย ช่วยเหลือค้ำจุนอยู่บ้าง
วิกฤตเวเนซุเอลาอาจไม่ได้ทำให้รัฐบาลฝ่ายซ้ายล่มสลายทั้งในเวเนซุเอลาและประเทศเพื่อนบ้าน แต่อย่างน้อยที่สุดก็เป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะอ้างว่าเป็นระบอบเพื่อประชาชน แต่หากไม่มีรากฐานที่มีความเป็นเหตุเป็นผลรองรับเพียงพอ จะขวาตกขอบหรือซ้ายสุดโต่งก็ต้องแพ้ภัยตัวเองกันทั้งนั้น







