
เมินดอกเบี้ยพยุงบาทดึงแบงก์รัฐอุ้มส่งออก
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.เมินข้อเสนอเอกชนใช้ดอกเบี้ยสกัดบาทแข็ง ใช้ธนาคารรัฐอุ้มรายเล็กนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยปาฐกถาพิเศษเรื่อง
“เศรษฐกิจไทยและความท้าทายในอนาคต” ในงานพิธีประสาทปริญญาบัตรรุ่นแรก ของสถาบันเทคโนโลยีไทยญี่ปุ่น ว่า ทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้นั้น เกิดจากภาพการเมืองชัดเจนขึ้น เงินบาทจึงแข็งค่ามากขึ้นในช่วง 23 สัปดาห์ที่ผ่านมา เปรียบเหมือนม้าตีนปลายทั้งที่ก่อนหน้านี้ค่าบาทแข็งค่าขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับสกุลอื่นอย่างไรก็ตาม ธปท.จะดูแลไม่ให้มี ความผันผวนมากเกินไป ขณะนี้คาดว่าเอกชนมีการปรับตัวได้ดีขึ้นแล้ว และจะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเข้าไปช่วยเหลือด้านการป้องกันความเสี่ยงให้มีต้นทุนต่ำลง เพราะกลุ่มนี้ป้องกันความเสี่ยงด้วยตัวเองลำบาก หรือมีต้นทุนที่สูง โดยจะหารือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจและกระทรวงการคลังก่อน
สำหรับข้อเสนอภาคเอกชนที่ต้องการให้ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากเกรงเงินทุนจากต่างประเทศจะไหลเข้าประเทศมากขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์ค่าเงินบาทให้แข็งค่ายิ่งขึ้นนั้น ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า แม้จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วอยู่ที่ระดับ 1.75% แต่ถือว่ายังต่ำสุดในภูมิภาค มีเพียงไต้หวันเท่านั้นที่ต่ำกว่าไทยอยู่ที่ระดับ 1.35% ซึ่งการดูแลค่าเงิน ด้วยดอกเบี้ยจึงไม่ใช่ประเด็น
การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงินแถลงว่า จะมองเรื่องความยั่งยืนเป็นหลัก โดยมองว่าเงินเฟ้อมีโอกาสจะแตะขอบบนในปีหน้า ดอกเบี้ยก็จะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ เพราะหากเงินเฟ้อปรับขึ้นมากเราอาจต้องใช้ยาหม้อใหญ่กว่า ขมกว่าและรุนแรงมากกว่า ซึ่งจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจได้
” นางธาริษา กล่าวแหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการส่งออก เร่งจัดสัมมนาการฝ่าวิกฤตค่าบาทแข็ง ในช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน หลังจากที่ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกแสดงความวิตกว่าปัญหาเงินบาทแข็งค่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และภาคการส่งออกในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปีหน้า
นอกจากนี้ ภาครัฐจะชี้แจงนโยบายและมาตรการในการดูแลปัญหาค่าบาทเพื่อสร้างความมั่นใจ พร้อมทั้งจะเชิญนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลังมาร่วมปาฐกถาด้วย รวมไปถึงการจัดประชุมปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ทูตพาณิชย์ 76 แห่งทั่วโลกกับผู้ส่งออกแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อรับทราบปัญหาและทบทวนแผนงานและตัวเลขการส่งออกจากปัญหาดังกล่าว







