posttoday
สปท.ถกกฎหมายคุมสื่อ กมธ.แจงปรับเรื่องใบอนุญาต

สปท.ถกกฎหมายคุมสื่อ กมธ.แจงปรับเรื่องใบอนุญาต

01 พฤษภาคม 2560

กมธ.สื่อฯเดินหน้าเสนอ สปท.ถกกฎหมายคุมสื่อ ยอมถอยปมใบอนุญาตเปลี่ยนเป็นใบรับรองแทน ด้าน สมาชิก สปท. เห็นด้วยตั้งสภาวิชาชีพฯ แต่ไม่ควรให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

กมธ.สื่อฯเดินหน้าเสนอ สปท.ถกกฎหมายคุมสื่อ ยอมถอยปมใบอนุญาตเปลี่ยนเป็นใบรับรองแทน ด้าน สมาชิก สปท. เห็นด้วยตั้งสภาวิชาชีพฯ แต่ไม่ควรให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่อาคารรัฐสภา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. มีการพิจารณาวาระร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ…. ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสื่อสารมวลชน เป็นผู้เสนอ

พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน เริ่มชี้แจงต่อที่ประชุม สปท. ว่า เหตุผลการออกร่างกฎหมายฉบับบนี้ มาจากก่อนหน้านี้การกำกับดูแลเผยแพร่ข่าวสารตามสื่อ ไม่มีกลไกการตรวจสอบ ทำให้เมื่อมีปัญหาจะต้องเข้าสู่กระบวนฟ้องร้องต่อศาล และตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา แม้สมาคมสื่อพยายามแก้ไขเรื่องนี้แต่ก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นทาง สปท. จึงศึกษาและเห็นควรเสนอให้มีการตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติขึ้น เพราะคิดว่าเป็นโอกาสดี ที่จะได้ปฏิรูปสื่อสารมวลชน

แต่เมื่อมีปมความขัดแย้งจากสื่อมวลชนและสังคมเกิดขึ้น ก่อนประชุม สปท.วันนี้ กมธ.จึงได้มีการประชุมร่วมกัน และมีมติเสียงข้างมาก ปรับเรื่องใบอนุญาตเปลี่ยนเป็นใบรับรองหรือบัตรประจำตัวแทน โดยให้บริษัทเจ้าของสื่อเป็นผู้ออกแทน ดังนั้นการปรับเรื่องใบอนุญาตเป็นใบรับรองนี้ จึงมีผลต่อมาตรา 91 และมาตรา 92 ของร่างกฎหมายดังกล่าวที่เกี่ยวกับบททลงโทษผู้ขอใบอนุญาตและผู้ประกอบการ และมาตรา 99 ที่ กมธ.เสนอว่าช่วงเปลี่ยนผ่านเมื่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ ผู้ประกอบการวิชาชีพจะได้รับใบอนุญาตโดยทันที และผู้ที่เข้ามาให้ต้องผ่านกระบวนพิจารณา

พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธาน กมธ.สื่อสารมวลชน กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการลงโทษขององค์กรสื่อ ไม่มีความชัดเจนในเรื่องบทลงโทษ และระยะเวลาการดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ประกอบกับ ปัจจุบันสื่อออนไลน์เกือบทุกอย่างเป็นทั้งนักข่าว ผู้ผลิต บรรณาธิการข่าว และที่สำคัญไม่มีสังกัด รวมถึงรายมีรายได้ทางอ้อม

ดังนั้น กมธ.จึงต้องกำหนดคำนิยามสื่อในกฎหมายฉบับนี้ให้ครอบคลุมชัดเจน โดยระบุให้ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานทางจริยธรรมมาตรา 92 และยืนยันว่า กมธ. ไม่มีความต้องการจะควบคุมการติดต่อสื่อสาร แต่คิดว่าผู้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ควรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายจริยธรรมที่กำหนด เพื่อทำให้บุคคลที่เป็นสื่อกลางนำเสนอเนื้อหาข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะทุกประเภท

ส่วนการที่ต้องนำตัวแทนภาครัฐ 2 หน่วยงาน คือ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาเพราะต้องการให้เข้ามาดูแลเรื่องจดแจ้งการพิมพ์ การกำหนดกรอบจริยธรรมการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน เป็นต้น

นางประภาเหตระกูล ศรีนวลนัด ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการให้มีตัวแทนภาครัฐเข้ามาอยู่ในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ของกฎหมายฉบับนี้ เพราะการตรวจสอบอำนาจรัฐเมื่อผู้ต้องถูกต้องตรวจ กลับมาตรวจสอบเองอาจไม่มีความโปร่งใส เช่นเดียวกับสภาวิชาชีพอื่นที่ไม่มีบุคคลภายใน เข้าไปเป็นกรรมการ จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องให้มีตัวแทนภาครัฐเข้าไปเป็นคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปท. กล่าวว่า เห็นด้วยกับการให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะให้ตัวแทนภาครัฐเข้ามาเป็นคณะกรรมการภายในสภาวิชาชีพฯ และไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อต้องมีใบอนุญาต แม้จะเปลี่ยนจากใบอนุญาตเป็นใบรับรองก็ตาม เพราะจะทำให้มีปัญหาได้

นอกจากนี้มองว่าคำนิยามวิชาชีพสื่อที่ กมธ.ร่างไว้มีขอบเขตกว้างจนเกินไป ซึ่งจะทำให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพต่อการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ตั้งแต่พระนักเทศน์ นักวิชาการที่ให้ข้อมูลข่าสาร เนื่องจากหลายกิจกรรมอาจเข้าข่ายล่อแหลมต่อการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และส่วนตัวมองว่าอาจทำให้ขัดต่อมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ทั้งนี้ขอให้คำนึงถึงว่าการเขียนกฎหมายในระยะยาวนี้ ที่รัฐบาลในอนาคตไม่ใช่รัฐบาล คสช. หรืออาจไม่ใช่รัฐบาลที่ดี ฉะนั้นหากเขียนกฎหมาย ให้รัฐบาลเข้ามามีอำนาจเหนือสื่อมวลชน ที่เป็นกำแพงสุดท้ายกับการต่อสู้กับรัฐบาล ก็อาจทำให้มีปัญหาได้ ดังนั้นการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ขอให้พิจารณาภาพรวมให้รอบคอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท