
ไทยเสี่ยงถูกสหรัฐใช้เซฟการ์ดคุมเหล็ก
“พาณิชย์” เตรียมรับมือสหรัฐ จ่อใช้เซฟการ์ดปกป้องนำเข้าเหล็ก หลัง“ทรัมป์”สั่งสอบทั่วโลก
โพสต์ทูเดย์ - “พาณิชย์” เตรียมรับมือสหรัฐ จ่อใช้เซฟการ์ดปกป้องนำเข้าเหล็ก หลัง“ทรัมป์”สั่งสอบทั่วโลก
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศเตรียมข้อมูลส่งออกเหล็กของไทยไปยังสหรัฐว่า มีการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจนกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐจริงหรือไม่ เพื่อเตรียมรับมือกรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐได้ประกาศให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐสอบสวนนำเข้าเหล็กจากทั่วโลก ตามมาตรา 232 ของกฎหมายการค้าสหรัฐ เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2560 เพราะเกรงว่าการนำเข้าที่เพิ่มอาจก่อภัยคุกคาม และกระทบต่อความมั่นคงภายในสหรัฐ
ทั้งนี้ การใช้มาตรา 232 เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายในสหรัฐ คาดน่าจะเป็นการประกาศใช้มาตรการเซฟการ์ด หรือมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยปกป้องการนำเข้าสินค้าเหล็กที่สหรัฐนำเข้าจากทั่วโลก ซึ่งหากใช้เซฟการ์ดจริง เหล็กที่ส่งออกจากไทยอาจได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากมาตรการเซฟการ์ดจะใช้กับทุกประเทศทั่วโลกที่ส่งออกสินค้าดังกล่าวไปสหรัฐ แต่คาดว่าไทยจะได้รับผลกระทบน้อย เพราะไม่ใช่ผู้ส่งออกเหล็กรายหลักไปยังตลาดสหรัฐ
“จะต้องไปดูข้อมูลว่าการส่งออกเหล็กของไทยไปสหรัฐมีปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละปี และคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ เพราะตามกฎขององค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) หากสหรัฐนำเข้าเหล็กจากไทยไม่ถึง 10% ของการนำเข้าเหล็กทั้งหมดจากสหรัฐที่นำเข้าทั่วโลก ไทยจะไม่ถูกใช้มาตรการเซฟการ์ด แต่ถ้าเกินการส่งออกเหล็กจากไทยก็จะได้รับผลกระทบด้วย” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว
สำหรับการใช้มาตรการเซฟการ์ด สหรัฐอาจกำหนดโควตาภาษีนำเข้าเพื่อจำกัดปริมาณนำเข้าไม่ให้เพิ่มขึ้นมากจนกระทบต่อผู้ผลิตเหล็กภายในของสหรัฐ และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรืออาจเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน นอกจากนี้สหรัฐยังเตรียมใช้มาตรา 232 หรือการใช้มาตรการเซฟการ์ดกับสินค้านำเข้าในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการต่อเรือและอะลูมิเนียมอีกด้วย
ด้านสินค้าอื่นๆ ที่เสี่ยงว่าสหรัฐอาจประกาศใช้มาตรการกีดกันการค้า เช่น สินค้าที่สหรัฐให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) โดยสินค้าไทยที่เข้าข่าย เช่นอาหารบางรายการ เครื่องเดินทาง







