posttoday
หัวหน้าอุทยาน พันล้าน

หัวหน้าอุทยาน พันล้าน

30 เมษายน 2560

ในปีงบประมาณ 2558 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เก็บเงินรายได้ค่าธรรมเนียมจากอุทยาน 147 แห่งทั่วประเทศ

โดย...ดร.ธรณ์ ธำรงนาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในปีงบประมาณ 2558 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เก็บเงินรายได้ค่าธรรมเนียมจากอุทยาน 147 แห่งทั่วประเทศ ได้ทั้งหมด 896 ล้านบาท เดือน ก.ค.ปีนั้น เป็นช่วงที่หัวหน้าอุทยานคนหนึ่งถูกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี

อุทยานที่ได้ชื่อว่ามีปัญหาทุกอย่างรุมเร้า ไม่มีกำลังคน มีเรือยาง 1 ลำ มีทุ่นจอดเรือ 8 ลูก มีเรือที่เข้าถูกต้องในระบบเพียง 90 ลำ และเป็นอุทยานที่เก็บเงินรายได้เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลที่เห็นอยู่ด้วยสายตา จนกลายเป็นข้อเรียกร้องจากผม ในฐานะ สปช. บอกว่าถึงเวลาปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเล

ในวันนั้น ทุกคนคาดหวังให้เขามาแก้ปัญหา แต่ไม่มีใครคาดฝันว่าหลังจากที่หัวหน้าคนใหม่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 1 ปี 9 เดือน เขาเก็บเงินรายได้ของอุทยานพีพีได้ 1,000 ล้านบาท มากกว่าเงินรายได้ของอุทยานทุกแห่งทั้งประเทศรวมกัน

ผลจากการกระทำ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่ว ตัวเลขเงินรายได้อุทยานทั่วประเทศพุ่งกระฉูดจาก 896 ล้านบาท (ปี 2558) กลายเป็น 1,982 ล้านบาท (ปี 2559) และ 1,053 ล้านบาท ในเวลาเพียง 5 เดือนของปี 2560 (ต.ค.-ก.พ.) เป็นไปได้ว่าในปีงบประมาณ 2560 กรมอุทยานจะมีเงินรายได้มากกว่า 2,400 ล้านบาท

ปัญหาสำคัญสุดของการดูแลธรรมชาติคือ “ไม่มีงบประมาณ” แต่นับจากนี้ มันจะไม่มีอีกต่อไป เพราะด้วยเงินรายได้มหาศาลและเป็นเงินที่จัดการโดยกรมอุทยานทั้งหมด ไม่ต้องส่งเข้าคลัง หมายความว่ากรมอุทยานมีอิสระในการใช้เงินเพื่อดูแลอุทยานทุกแห่ง ทำให้กรมอุทยานกลายเป็นหน่วยงานราชการด้านการอนุรักษ์ที่มีเงินในการบริหารจัดการมากที่สุดในประเทศไทย

จะเป็นท่านใดมาเป็นอธิบดี จะเป็นเจ้าหน้าที่คนไหนมาเป็นหัวหน้าอุทยาน คำตอบเดิมว่า “ไม่มีงบประมาณ” จบลงแล้ว เพราะเมื่อมีเงินแล้ว ต่อจากนี้ คือความสามารถสถานเดียว

เงินรายได้พันล้านบาททำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเหลือเชื่อที่พีพี เงินจำนวน 128 ล้านบาทถูกนำไปใช้เพื่อซื้อเรือจนกลายเป็น 14 ลำ ยังหมายถึงโครงการวางทุ่นจอดเรือใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทั้งหมด 115 ทุ่น รวมแท่นผูกทุ่นขนาด 5-10 ตัน ที่จะคงอยู่ต่อไปอีกนาน

ทั้งเรือตรวจและทุ่นจอดเรือ ตลอดจนกำลังเจ้าหน้าที่มีมากขึ้น ทำให้สามารถจัดทำระบบจัดการใหม่ ทำให้มีเรือเข้าระบบจาก 90 ลำ กลายเป็นกว่า 1,900 ลำ มีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการทำผิดกฎ นักท่องเที่ยวทำร้ายธรรมชาติ ฯลฯ จำนวนสถิติพุ่งจนเกือบถึง 1,000 ครั้ง และนั่นคือคำตอบ เงินรายได้อุทยานนำไปทำอะไร?

รายได้ที่เพิ่มขึ้น ยังหมายถึงการอนุรักษ์อุทยานจากเหนือจรดใต้เกือบ 150 แห่งทั่วประเทศ เพราะเงินรายได้สามารถจัดสรรปันส่วนไปถ้วนทั่ว วันหนึ่งข้างหน้า หากคุณเห็นรถตรวจการณ์คันใหม่กำลังวิ่งเข้าไปตรวจป่า เห็นเจ้าหน้าที่มีหน้าตายิ้มแย้มขึ้น มีวิทยุและอุปกรณ์ใหม่ วันใดที่คุณเห็นเรือตรวจการณ์อุทยานวิ่งผ่าน วันไหนที่คุณคล้องทุ่นจอดเรืออันใหม่โดยไม่ต้องทิ้งสมอเหมือนเคย

ขอให้คุณคิดถึงเดือน ก.ค. 2558 เมื่อหัวหน้าอุทยานคนหนึ่งก้าวเท้าลงมาเหยียบเกาะพีพีเป็นครั้งแรก และเก็บเงินรายได้ให้อุทยาน 1,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปีของกรมอุทยานฯ ทำให้เรามีเงิน “ต้นทุน” ในการพิทักษ์สมบัติของชาติไทย

จึงใคร่ขอบันทึกชื่อของหัวหน้าไว้ เขาชื่อ “ศรายุทธ ตันเถียร” ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท