
เทคโนโลยีดาวเทียม โอกาสการเกษตร 4.0
แน่นอนว่า ดิน ฟ้า อากาศ นั้นส่งผลโดยตรงต่อเกษตรกร แต่ความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดขึ้นนั้น
แน่นอนว่า ดิน ฟ้า อากาศ นั้นส่งผลโดยตรงต่อเกษตรกร แต่ความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดขึ้นนั้นในมุมมองของรองผู้อำนวยการจิสด้าไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างภาพถ่ายดาวเทียมเข้ามาช่วยวิเคราะห์ ติดตาม คาดการณ์ ประเมินความเสี่ยงความเสียหายที่จะเกิดและแจ้งเตือนได้
"เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างภูมิศาสตร์สารสนเทศ จะทำให้ได้ประโยชน์ไปถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างประชาชนหรือเกษตรกร เท่านั้นไม่พอยังต้องบูรณาการรวมกับกลุ่มเทคโนโลยี ไอที และไอซีทีด้วย เพื่อนำข้อมูลไปสู่ช่องทางมีเดียต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ที่ประชาชนและเกษตรกรเข้าถึงได้ง่าย"
การทำงานของจิสด้านั้นจะนำข้อมูลเกษตร ข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลเศรษฐกิจสังคมสิ่งแวดล้อมจากหลายหน่วยงานเข้ามารวมด้วยกัน นำไปสู่การวิเคราะห์บอกทางเลือก โดยใช้ดาวเทียมธีออส 2 ซึ่งมี 6 ภารกิจในการพัฒนาประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือเรื่องการพัฒนาภาคการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เป้าหมายคือประชาชนและเกษตรกร
รองผู้อำนวยการ สทอภ. อธิบายว่า ภาคการเกษตรจะปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องของเทคโนโลยีเกษตรกรรมความแม่นยำสูง ที่ไม่ใช่เพียงการสำรวจของดาวเทียมอย่างเดียว แต่มีการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ ความเร็วลม ใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือยูเอวี เครื่องบินเร็ว เก็บข้อมูลตามระดับที่เหมาะสม อุปกรณ์ติดตั้งอื่นๆ เก็บข้อมูลปริมาณฝน ความชื้น ข้อมูลจากชุมชน และภาคประชาชน ทั้งหมดเป็นการสำรวจตั้งแต่ระยะใกล้และไกล ด้วยข้อมูลเหล่านี้เองจะสนับสนุนให้เกิดผลการวิเคราะห์ที่แม่นยำถูกต้องกว่า 90% จึงเป็นที่มาของ "สมาร์ทฟาร์มิ่ง"
“อย่างการหว่านและหยอดเมล็ดพืช ความถี่ ความหนาแน่น การใช้ปุ๋ยและสารปราบศัตรูพืช สามารถนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจได้ นั่นคือเหตุผลของยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่แสดงให้เห็นว่า การดึงเทคโนโลยีเข้ามาในภาคการเกษตรจะช่วยลดเรื่องค่าใช้จ่าย ลดความเสียหายในการบริหารจัดการ ที่ช่วยติดตามและแจ้งเตือนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0”







