
ออมเงินเพื่อชราภาพสำคัญไฉน
คนส่วนใหญ่เริ่มคุ้นเคยกับคำว่า “สังคมสูงวัย” ผ่านสื่อสาธารณะมากขึ้น เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องกับคนทุกวัย
โดย...ผศ.ดร.อมรรัตน์ อภินันท์มหกุล ผู้ประสานงาน “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร” สกว. คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
คนส่วนใหญ่เริ่มคุ้นเคยกับคำว่า “สังคมสูงวัย” ผ่านสื่อสาธารณะมากขึ้น เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องกับคนทุกวัย เพราะมีผลต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการอยู่ดีกินดีของครอบครัว
มีหลายเรื่องที่สังคมไทยต้องเตรียมรับมือ โดยเฉพาะการออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยามสูงวัย ในอดีตเรื่องนี้อาจไม่สำคัญมากนัก เพราะครอบครัวไทยอาศัยอยู่รวมกันเป็นครัวเรือนขยาย การมีบุตรมากช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลจากลูกหลาน แต่ปัจจุบันจำนวนบุตรน้อยลง คนโสดและครอบครัวที่ไม่มีบุตรเพิ่มมากขึ้น ยิ่งความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยให้คนไทยมีอายุขัยยืนยาวขึ้น ความจำเป็นที่ต้องมีรายได้เพื่อการดำรงชีพหลังเกษียณอายุก็เพิ่มขึ้นตามมา
ข้อมูลการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าสัดส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้หลักจากเงินโอนของบุตรลดลง จากร้อยละ 52 ในปี 2550 เหลือร้อยละ 37 ในปี 2557 ผู้สูงวัยที่มีรายได้หลักจากการทำงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 29 เป็นร้อยละ 34 หากผู้สูงวัยไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากครอบครัวย่อมต้องพึ่งตนเองด้วยการทำงาน แต่ความเสื่อมถอยของสมรรถนะร่างกายตามช่วงวัยเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การเตรียมความพร้อมทางการเงินก่อนเกษียณอายุจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีหลักประกันทางครอบครัวลดลงเมื่อเทียบกับคนรุ่นปู่ย่าตายาย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงด้านการออมเพื่อชราภาพมากที่สุด คือ ผู้มีรายได้น้อย โดยผู้มีรายได้ในกลุ่มร้อยละ 20 ที่หนึ่งหรือกลุ่มจนที่สุด มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนน้อยกว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อเดือนตลอดช่วงปี 2531-2558 ในขณะที่ผู้มีรายได้ในกลุ่มร้อยละ 20 ที่สอง มีรายได้มากกว่ารายจ่ายเล็กน้อยนับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา การสร้างหลักประกันรายได้เพื่อชราภาพจึงเป็นคำถามที่ท้าทายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศที่จะไม่ทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง
มาตรการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคงไม่สามารถจูงใจให้ผู้มีรายได้น้อยมีการออมเพิ่มขึ้น การส่งเสริมการออมของผู้มีรายได้น้อยควรเป็นระบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน แม้รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ขึ้น เพื่อส่งเสริมการออมของแรงงานนอกระบบค่าจ้างเงินเดือน แต่ก็มีสมาชิกไม่มากนัก อุปสรรคในการเข้าถึงบริการ กอช.ของคนในพื้นที่ห่างไกล การประชาสัมพันธ์โครงการ และมาตรการจูงใจอาจต้องทบทวน นอกจากนี้รัฐบาลควรเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างมาตรการส่งเสริมรายได้ และมาตรการช่วยลดค่าใช้จ่าย การมีรายได้เพิ่มขึ้นอาจไม่ช่วยให้มีเงินเก็บมากขึ้นหากยังใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่การออมรายจ่ายจะช่วยให้มีรายได้เพียงพอแก่การครองชีพ
การส่งเสริมการออมในระยะยาวต้องสร้างพฤติกรรมและทัศนคติทางการเงินที่ถูกต้องแก่คนรุ่นใหม่ ปลูกฝังแต่เด็ก แต่ระบบการศึกษาไทยยังไม่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ นอกจากนี้ระบบชุมชนสามารถหนุนเสริมพฤติกรรมการออมผ่านกองทุนการออมในชุมชน หรือกิจกรรมส่งเสริมให้คนแปลงเงินค่าเหล้า บุหรี่ หรือหวย เป็นเงินออม ผู้ปฏิบัติได้จะเห็นผลของเงินออมที่เพิ่มขึ้น เกิดศรัทธาและสร้างวินัยการออม นับเป็นวิธีช่วยให้คนรู้จักทำบัญชีรายรับรายจ่ายในทางปฏิบัติได้ดี







