
สั่งกวาดล้างแก๊งค้ากามเหนือ
ผบช.ภ.5 สั่ง 8 จังหวัดเหนือปราบปรามแก๊งค้าประเวณี ขู่ตำรวจยุ่งเกี่ยวสั่งฟันทางวินัยร้ายแรงทันที
โพสต์ทูเดย์ - ผบช.ภ.5 สั่ง 8 จังหวัดเหนือปราบปรามแก๊งค้าประเวณี ขู่ตำรวจยุ่งเกี่ยวสั่งฟันทางวินัยร้ายแรงทันที
พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผบก. รอง ผบก. ผกก. ทุก สภ. ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เร่งปราบปรามการค้าประเวณีในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาสอดส่องผู้ใต้บังคับบัญชาห้ามยุ่งเกี่ยว ใช้บริการ จัดหา เกี่ยวกับการค้าประเวณีโดยเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่ตำรวจใดไปยุ่งเกี่ยวจะดำเนินการทางวินัยร้ายแรงทันที
พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนภาค 5 ลงพื้นที่แบบทางลับแล้ว โดยได้รับรายงานเบื้องต้นถึงลำดับโครงข่ายของขบวนการค้าประเวณีในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และความสัมพันธ์ของ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ กับ 11 แม่เล้าใหญ่ใน จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนมารดาเด็กหญิงที่ถูกบังคับขายประเวณีได้พาดพิงถึงกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจนถึงชั้นประทวนที่ใช้บริการกับกลุ่มค้าประเวณีนั้น ได้กำชับให้หาข่าว หาหลักฐานให้แน่น เพื่อจะดำเนินการทางวินัยกับกลุ่มตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งหมด
"ก่อนเกิดเรื่องนี้ก็มีการขัดแย้งกันในกลุ่มตำรวจ ตนเองก็ย้ายออกนอกพื้นที่แล้วจำนวน 4 ราย และ 1 ใน 4 คือดาบยุทธชัยถูกออกหมายจับดำเนินคดีไปแล้ว คดีนี้ผู้บังคับบัญชาการกำชับให้ทำด้วยความรวดเร็ว รอบคอบและมีข้อเท็จจริง ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ไม่มีการช่วยเหลือใครทั้งสิ้น" ผบช.ภ.5 กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนเรื่องการตรวจสอบและกวาดล้างสถานบันเทิงที่เข้าข่ายค้ามนุษย์นั้น เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบและกวาดล้างจับกุมสถานบันเทิงที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ และตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ใน 8 จังหวัดภาคเหนือดำเนินการแล้วในขณะนี้ หากพบที่ไหนกระทำความผิดหรือเข้าข่ายก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้กำชับคณะทำงานที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนครบตามกรอบเวลา 1 เดือน ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์บ้านน้ำเพียงดิน อ.เมือง นั้นจะต้องมีการสืบสวนข้อมูลทั้งหมด
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวแยกเป็น 2 ส่วน คือ การปฏิบัติหน้าที่และการปฏิบัติตัว โดยความผิดค้ามนุษย์เป็นความผิดในคดีอาญา หากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเกี่ยวข้องจริงก็จะมีความผิดทั้งทางวินัยและความผิดอาญา ส่วนจะต้องโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่ายังเร็วเกินไป







