
อย่าดีใจเกินเหตุ
หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ เริ่มทยอยแจ้งตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งตัวเลขการส่งออก การท่องเที่ยว แม้ตัวเลขการบริโภคในประเทศยังลุ่มๆ ดอนๆ คือ ฟื้นตัวบางเดือน และลดลงในบางเดือน แต่ในภาพรวมก็ไม่ได้เลวร้ายมากนักการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสอดคล้องไปกับตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โลกขึ้นเล็กน้อยจาก 3.4% เป็น 3.5% จากเดิมประเมินไว้ที่ 3.4% ถือเป็นการปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกครั้งแรก ในรอบ 6 ปีตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปีนี้ดูสดใสตามไปด้วย เห็นได้จากการส่งออกในไตรมาสแรกของปีนี้มีมูลค่า 56,456.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี ส่วนนำเข้ามูลค่า 52,403.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14.82% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ไทยเกินดุลการค้า 4,052.8 ล้านเหรียญสหรัฐเศรษฐกิจโลกดันให้การส่งออกไทยฟื้นตัวเป็นเรื่องดี แต่รัฐบาลไม่ควรจะลิงโลดและภูมิใจว่าได้บริหารเศรษฐกิจไทยดีจนพ้
หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ เริ่มทยอยแจ้งตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งตัวเลขการส่งออก การท่องเที่ยว แม้ตัวเลขการบริโภคในประเทศยังลุ่มๆ ดอนๆ คือ ฟื้นตัวบางเดือน และลดลงในบางเดือน แต่ในภาพรวมก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสอดคล้องไปกับตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
(จีดีพี) โลกขึ้นเล็กน้อยจาก 3.4% เป็น 3.5% จากเดิมประเมินไว้ที่ 3.4% ถือเป็นการปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกครั้งแรก ในรอบ 6 ปี
ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปีนี้ดูสดใสตามไปด้วย เห็นได้จากการส่งออกในไตรมาสแรกของปีนี้มีมูลค่า 56,456.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี ส่วนนำเข้ามูลค่า 52,403.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14.82% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ไทยเกินดุลการค้า 4,052.8 ล้านเหรียญสหรัฐ
เศรษฐกิจโลกดันให้การส่งออกไทยฟื้นตัวเป็นเรื่องดี แต่รัฐบาลไม่ควรจะลิงโลดและภูมิใจว่าได้บริหารเศรษฐกิจไทยดีจนพ้นจากปากเหวได้ เพราะนี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังมีปัญหาที่จะต้องเจออีกหลายเรื่องจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกีดกันทางการค้าของสหรัฐกับ 16 ประเทศที่ขาดดุลการค้าด้วย ปัญหาความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี การเลือกตั้งของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และการออกจากการเป็นสมาชิกของอียู (เบร็กซิต) ในหลายประเทศ รวมทั้งอังกฤษที่ประกาศออกจากอียูไปเมื่อปลายปีที่แล้ว
นอกจากนี้ หากพิจารณารายสินค้าในไตรมาสแรกมีสินค้าที่น่าห่วงเพราะติดลบสวนทางภาพรวม ได้แก่ ข้าวส่งออกได้ 2.69 ล้านตัน ติดลบ 5.6% มูลค่า 1,146 ล้านบาท ติดลบ 7% มันสำปะหลัง ส่งออก 3 ล้านตัน ติดลบ 3% มูลค่า 725 ล้านบาท ติดลบ 13.9% และน้ำตาล 1.21 ล้านตัน ติดลบ 39% มูลค่า 595 ล้านบาท ติดลบ 14.3%
นั่นคือปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศที่จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมากจนทำให้เป็นปัญหาต่อการส่งออก โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องออกมาเตือนผู้ส่งออกให้ซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่าหวังให้ ธปท.ดูแลอยู่คนเดียว
ส่วนปัจจัยเสี่ยงในประเทศก็ยังมีเรื่องของราคาสินค้าเกษตรที่ก็ไม่ได้ดีขึ้นชัดเจนนัก ราคาส่งออกก็ไม่ดี ราคาในประเทศก็แย่ ส่งผลให้การบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวและการลงทุนที่ขยายต่ำจนแทบไม่มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจเลย
ปัจจัยเหล่านี้เป็นเรื่องท้าทายที่รัฐบาลจะต้องดำเนินนโยบายพยุงเศรษฐกิจ ให้มีแรงส่งผลักให้เศรษฐกิจก้าวหน้า แต่ต้องตั้งข้อสังเกตว่าแม้ราคาสินค้าเกษตรซึ่งเป็นรายได้หลักของคนฐานรากจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดีมากจนรัฐบาลจะไม่ต้องเอื้อมมือไปช่วยเหลือคนกลุ่มนี้
ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการลงทะเบียนคนจนอยู่ เมื่อได้จำนวนคนจนที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐแล้ว จะดำเนินการช่วยคนกลุ่มนี้อย่างไรก็รีบดำเนินการ อย่ารอจนเศรษฐกิจฐานรากพังไปก่อนมาช่วยตอนนั้นจะสายเกินไป







