posttoday
ยุคหุ่นยนต์

ยุคหุ่นยนต์

27 เมษายน 2560

ทีมนักวิจัยที่ World Economic Forum (WEF) เปิดเผยว่า ภายในปี 2020 จะมีตำแหน่งงานในโลกกว่า 5 ล้านตำแหน่งที่ถูกทดแทนโดยหุ่นยนต์ จำนวน 2 ใน 3 ของงาน

โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

ทีมนักวิจัยที่ World Economic Forum (WEF) เปิดเผยว่า ภายในปี 2020 จะมีตำแหน่งงานในโลกกว่า 5 ล้านตำแหน่งที่ถูกทดแทนโดยหุ่นยนต์ จำนวน 2 ใน 3 ของงานที่ถูกหุ่นยนต์แย่งไปนี้จะอยู่ในแผนกแอดมินของสำนักงานครับ

​โดยเฉพาะงานที่ต้องทำซ้ำๆ ซากๆ ทีละรายการไปเรื่อยๆ เช่น ตรวจสอบคำร้องขอ ตรวจใบสมัคร ตรวจเช็กเอกสารประกอบการยื่นว่าครบหรือไม่ ตรวจยืนยันความมีอยู่จริงอ้างอิงได้ของข้อมูล

​เคาน์เตอร์รับเรื่องที่เราเห็นกันจนชินตานั้น...ในอนาคตอันใกล้ คงจะเปลี่ยนไปแน่นอน

​นี่คือการเข้า “ทดแทน” ด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งอาจมีหน้าตาแทบไม่ต่างจากเครื่องถ่ายเอกสารใหญ่ๆ สักเครื่องเท่านั้น แต่จะสามารถบริหารจัดการเอกสารประกอบที่ยื่นๆ กันให้มันไปดำเนินการตรวจสอบ ยืนยัน ประทับตรา ลงรับลงเลข จัดแยกชุด แปลงข้อมูลจากเอกสารลงบนไฟล์ดิจิทัลแล้วส่งไปแผนกอื่นๆ ซึ่งในที่สุดก็ถูก “เข้าระบบ” จนจบกระบวนการในไม่กี่นาที

​ดังนั้น แถวยืนคอยในการรอมอบตัวนักเรียน แถวยืนคอยในการจดทะเบียนนิติกรรม แถวยืนคอยในการขอวีซ่า แถวยืนคอยในการยื่นหรือรับเอกสารใบอนุญาตสารพัด ทั้งของคนท้องถิ่นนั้น หรือแม้แต่คนต่างด้าวเข้าเมืองก็จะแตกต่างไป

​แล้วในที่สุดก็จะไม่มีแถว...เพราะทุกคนส่งเอกสารทางออนไลน์ ที่ตรวจสอบยืนยันตัวตนได้

​คล้ายๆ กับที่เรายื่นเสียภาษีเงินได้ทางออนไลน์นั่นแหละ...คือ ยื่นจากที่บ้าน หรือที่ไหนก็เชิญ ในที่สุด...สิ่งที่จะมาแทน “หุ่นยนต์” ที่ว่ามาข้างต้น ก็คือ “หุ่นยนต์รุ่นใหม่” ที่ทำได้ดีกว่าเดิม...สื่อสารได้ง่ายกว่าเดิม 

​หมดยุคคนรับเรื่องหลังเคาน์เตอร์ หน้าหงิก มีเอกสารหลุดลุ่ยกองอยู่รอบตัว ใครเคยไปสถานีรถไฟใต้ดินของญี่ปุ่นจะนึกภาพออกง่ายขึ้น คนเดินทางวันละนับล้านต้องซื้อบัตร ต้องเช่าล็อกเกอร์ ต้องถามทาง ต้องคำนวณเวลารถต่อ ต้องการจองบัตรเข้าชมสถานที่ปลายทาง ต้องการเลือกที่นั่ง ต้องการข้อมูลอะไรก็อยู่ตรงบรรดาตู้ขายตั๋วรถไฟนั่นแหละ เจ้าหน้าที่มีแค่ 2-3 คน ที่ดูแลสถานีซับซ้อนยิ่งกว่าหัวลำโพงได้

​บางจุด...คนเดินทางสามารถใช้ให้โทรศัพท์มือถือคุยภาษาเครื่องกับตู้ขายตั๋วเลยก็ได้...เครื่องมันคุยกันเอง ส่วนคุณป้าแก่ๆ ที่นั่งรถเข็นไฟฟ้ามาก็จะสามารถไปไหนๆ และได้รับบริการอย่างที่ต้องการ หรือเหมาะสมสำหรับตัวเองได้ โดยไม่ต้องโขยกไปโขยกมา...ไม่ต้องพูดแทบสักคำ...รถวีลแชร์รุ่นใหม่ในอนาคต นอกจากขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ หรือรับสัญญาณไว-ไฟให้ข้อมูลภาษาเครื่องสำหรับวีลแชร์เพื่อให้รถรู้เส้นทางไปหาลิฟต์ หรือบันไดเลื่อนอัจฉริยะที่จะปรับขั้นบันไดให้แบนราบลงทีละ 3 ขั้น เพื่อให้วีลแชร์ขึ้นบันไดเลื่อนได้...บอกทางห้องน้ำผู้พิการ...จองลิฟต์...หรือจองตู้

ฝากกระเป๋าเดินทางที่สถานี โดยเลือกตู้ฝากที่อยู่กับระดับพื้นเพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้นั่งรถเข็น หยิบจับกระเป๋าเข้า-ออกจากตู้เช่าฝากกระเป๋าได้สะดวก... ในยุโรปมีการลองให้ชิมอาหารที่หุ่นยนต์ปรุงด้วย...ดังนั้น ร้านขายของในสถานีรถไฟใต้ดิน ในที่สุดก็อาจแทบไม่เหลือคนยืนขายอีกเช่นกัน

​ทั้งหมดนี้ คือ ระบบดิจิทัลที่คุยกัน...จองกัน...ส่งงานต่อๆ กันแบบไร้รอยต่อ...จนมองไม่เห็นว่าหุ่นยนต์มันอยู่ตรงไหน

​นึกถึงงานที่หุ่นยนต์ทำด้วยการกำหนดจักรกลต่างๆ ผสมผสานกันให้เป็นบริการได้เสร็จหมด แม้แต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน มันก็พร้อมตอบสนองตามขั้นตอนที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ หรือแม้แต่ให้มันคำนวณเองว่ามันควรปรับแผนยังไง

​เราก็คงจะพอเรียกมันว่า “ระบบใหม่”

​ข้อวิเคราะห์อีกอย่างที่ชวนให้คิดจากนักวิจัย WEF คือ งานที่ดูจะมีแนวโน้มถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และ “ระบบใหม่” เร็วกว่างานอื่น คือ งานที่ผู้หญิงได้ทำๆ กันอยู่ใน 40 ปีที่ผ่านมา งานเสมียน พิมพ์ดีด เลขานุการ พนักงานฝ่ายขาย เจ้าหน้าที่การตลาด คนงานโรงงานอุตสาหกรรมหนักเบา งานทำความสะอาด งานลงบัญชี งานประชาสัมพันธ์

​เกือบจะพูดได้ว่า การมาถึงของหุ่นยนต์ดูจะคุกคามความมั่นคงของการมีอาชีพของ “สตรี” มากกว่า “บุรุษ” และก็ให้บังเอิญโดยธรรมชาติอีกด้วยว่า โลกเรามี “สตรี” มากกว่า “บุรุษ” เล็กน้อยเสมอ

​ส่วนอุตสาหกรรมการผลิต “หุ่นยนต์” และการออกแบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ “ระบบใหม่” ก็ดูจะมี “บุรุษ” มากกว่า “สตรี” เสียด้วย

​ผมไปงาน RSA Conference ที่ซานฟรานซิสโก 2 เดือนก่อน เป็นงานสัมมนาของมนุษย์คณิตศาสตร์คนทำงานด้านการเข้ารหัสคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดของโลก มีคนเข้าร่วม 4 หมื่นคน ค่าตั๋วเข้าร่วมแพงมากๆ ...ปรากฏว่าผู้หญิงเข้าห้องน้ำตอนพักเบรกแบบเดินฉิว ส่วนแถวผู้ชายยืนรอปล่อยเบาล้นยาวจนแทบถึงบันไดไปอีกชั้น

​คนออกแบบ “หุ่นยนต์” และ “ระบบออโตทดแทนมนุษย์” จึงมีแต่ผู้ชายเป็นหลัก งานหุ่นยนต์จะไปทำแทน โดยมีผู้หญิงมีโอกาสได้ร่วมคิดน้อยกว่ามากทีเดียว

​โลกยุค 4.0 ...จึงอาจกำลังผลักผู้หญิงให้เป็น “ผู้บริโภคเทคโนโลยีแห่งความสะดวก” โดยไม่ตั้งใจ

​จริงอยู่ที่ “ระบบใหม่” ปรากฏขึ้นเป็นระยะๆ ตลอด 4,000 ปีแห่งการบันทึกประวัติศาสตร์โลกมาเสมอ...การมาของ “ล้อ” การมาของ “เครื่องจักร” “เครื่องอิเล็กทรอนิกส์” เจ็ตไอพ่น มือถือ ได้ทำให้งานบางอย่างหายไป

​“ดิจิทัล” ก็เช่นกัน...มันจะมากวาดงานจำนวนหนึ่งไปด้วย ผมจึงอยากเห็น “ผู้หญิง” หรือคนที่นึกถึง “สตรี” ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่อง “4.0” เยอะๆ กว่านี้อีกหน่อย​

ไม่งั้นหุ่นยนต์บริการจะเอาแต่แย่งงานแม่บ้านไปเสียหมด...แทนที่จะมาช่วยงาน!!! 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท