
ตรังไม่ง้อยางพาราหันมาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนได้ราคา
ตรัง-เกษตรกรตรังหันมาปลูกปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนเผยเคยโด่งดังไปตีตลาดยุโรปผลผลิตต่อไร่มีราคาสูงกิโลกรัมละนับพันบาท
นายประเสริฐ โมรา เกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง กล่าวว่า พริกไทยที่มีชื่อของเมืองตรัง คือ พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ซึ่งอดีตเคยมีการปลูกกันอย่างมากมาย จนเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้สูง และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มชาวต่างประเทศว่า มีคุณภาพดีเยี่ยม และเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในตลาดยุโรป ในชื่อพันธุ์ Trang pepper แต่ต่อมาได้เกิดปัญหาพริกไทยราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละไม่กี่สิบบาท ประกอบกับช่วงนั้นเริ่มมีพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่า คือ ยางพารา ทำให้สวนพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนสูญหายเกือบจะหมดไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงยุคที่ยางพารามีราคาตกต่ำ หรือแม้ล่าสุดจะมีราคาดีขึ้น แต่ก็หาความแน่นอนไม่ได้ ประกอบกับมาประสบภาวะฝนตกชุกเกือบทั้งปี จนกรีดยางในแต่ละปีได้น้อยมาก ส่วนพืชผลอื่นๆ เช่น ปาล์มน้ำมัน ก็มีความผันผวนทั้งด้านราคา และด้านผลผลิตโดยตลอดเช่นกัน ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรประมาณ 20 คน ซึ่งมารวมตัวกันในนามศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลสุโสะ จึงได้กลับนำพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ที่มีต้นกำเนิดดั้งเดิมบนเทือกเขาบรรทัด มาเพาะขยาย และปลูกกันในพื้นที่ 25 ไร่ หรือประมาณ 2,500 ต้น
นายจรัส บวชชุม ประธานกลุ่มเกษตรกรบ้านห้วยน้ำตก กล่าวว่า หลังจากปลูกมาได้ 2 ปี พริกไทยเหล่านี้ก็เริ่มให้ผลผลิต และสามารถส่งไปจำหน่ายทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด แต่ก็ยังมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งต่างเชื่อมั่นในพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน และให้ราคาสูงกว่าสายพันธุ์อื่นที่มีอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากมีลักษณะเด่นตรงที่กลิ่นหอม เผ็ดร้อน จัดจ้าน ผลแก่สีเขียวเข้ม และผลสุกสีแดงเข้ม โดยพริกไทยดำ จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 500-600 บาท ส่วนพริกไทยขาว จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,100-1,200 บาท







