
26 ต.ค.ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 ครม.ประกาศวันหยุด ชวนประชาชนถวายดอกไม้จันทน์
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค. 2560 พร้อมทั้งมีมติให้เป็นวันหยุดราชการ สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กำหนดจำนวน 5 วัน ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค. 2560 ทั้งนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงรายละเอียดว่าวันที่ 25 ต.ค. เวลา 17.30 น. จะมีพระราชพิธีพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังวันที่ 26 ต.ค. เวลา 07.00 น.พระราชพิธีเชิญพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ก่อนเปลี่ยนขึ้นราชรถเชิญไปยังพระเมรุมาศ และในเวลา 17.30-22.00 น. พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศวันที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00 น. พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ณ พระเมรุมาศวันที่ 28 ต.ค. เวลา 17.30 น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทวันที่ 29 ต.ค. เวลา 10.30 น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประด
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค. 2560 พร้อมทั้งมีมติให้เป็นวันหยุดราชการ
สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กำหนดจำนวน 5 วัน ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค. 2560 ทั้งนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงรายละเอียดว่า
วันที่ 25 ต.ค. เวลา 17.30 น. จะมีพระราชพิธีพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
วันที่ 26 ต.ค. เวลา 07.00 น.พระราชพิธีเชิญพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ก่อนเปลี่ยนขึ้นราชรถเชิญไปยังพระเมรุมาศ และในเวลา 17.30-22.00 น. พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ
วันที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00 น. พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ณ พระเมรุมาศ
วันที่ 28 ต.ค. เวลา 17.30 น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
วันที่ 29 ต.ค. เวลา 10.30 น. พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานพระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เวลา 17.30 น. พระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ คณะกรรมการอำนวยการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ส่วนวันที่ 25 ต.ค.และวันที่ 27 ต.ค. ที่มีพระราชพิธีฯ ด้วยนั้น ณ เวลานี้ยังไม่กำหนดเป็นวันหยุดราชการ ให้รอคณะกรรมการอำนวยการพระราชพิธีฯ อาจมีการพิจารณาเรื่องนี้ต่อเนื่องและจะกำหนดอย่างไรให้รอฟังอีกครั้ง
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมถึงการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ในส่วนของการจัดทำภาพประดับซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชน เห็นสมควรเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมภาพพระบรมโกศ โดยได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตการบันทึกภาพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
นอกจากนี้ จะมีการจัดนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งเห็นสมควรกำหนดเป็นเวลา 30 วัน ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. 2560 โดยมีกระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ในที่ประชุม ครม. วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า การประกาศวันหยุด ครม.สามารถพิจารณาเพิ่มได้ โดยอาจจะมีการเสนอวันหยุดเพิ่มเติมในวันที่ 25 ต.ค. เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะต้องเดินทางเข้ามา และวันที่ 27 ต.ค.จะต้องเดินทางกลับ แต่มีข้อกังวลกันว่าในเดือน ต.ค.มีวันหยุดหลายวัน วิษณุจึงเสนอว่ามีวิธี คือ 1.ไม่ต้องประกาศเป็นวันหยุด ใครอยากมาก็มา 2.ประกาศหยุดทั้งประเทศ และ 3.ประกาศให้เฉพาะต่างจังหวัดหยุด แต่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลไม่หยุด
อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิจารณาอีกครั้ง หากเห็นว่าสมควร จะนำเสนอ ครม.อนุมัติต่อไป
สำหรับการอัญเชิญพระบรมอัฐิขึ้นพระวิมานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อนำไปเก็บไว้ในห้องพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิพระเจ้าแผ่นดินทุกรัชกาล จะมีขึ้นใน
วันที่ 29 ต.ค. 2560 เวลา 17.30 น. โดยจะอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารเข้าขบวนแห่อิสริยยศไปประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9
ทั้งนี้ การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชน จะดำเนินการทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ โดยส่วนกลางจะจัดตั้งซุ้มขนาดใหญ่สำหรับประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงท้องสนามหลวง จำนวน 12 ซุ้ม ได้แก่ ข้างกองสลาก (เดิม) จำนวน 2 ซุ้ม สวนสันติชัยปราการ ฐานทัพเรือกรุงเทพ (กองทัพเรือ) โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เชิงสะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) ลานปฐมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า ลานเซ็นทรัลเวิลด์ (สตช.) กองบัญชาการกองทัพบก (กองทัพบก) หน้าลานสนามศุภชลาศัย (กรมพลศึกษา) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
พื้นที่ตามมุมเมือง จำนวน 4 ซุ้ม ณ หน้าอินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ และสวนหลวง ร.9 รวมทั้งจัดตั้งซุ้มขนาดกลาง จำนวน 23 ซุ้ม ณ บริเวณถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า จำนวน 4 ซุ้ม ถนนราชดำเนินกลาง จำนวน 4 ซุ้ม ถนนราชดำเนินนอก จำนวน 6 ซุ้ม ถนนหลานหลวง จำนวน 3 ซุ้ม และตามวัดต่างๆ จำนวน 6 ซุ้ม โดยมีกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน
ขณะเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2560 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย ความว่า ด้วยรัฐบาลพิจารณาเห็นว่า วันที่ 28 ก.ค.ของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และวันที่ 13 ต.ค.ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่ง สมควรให้ประชาชนได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์และถือเป็นวันสำคัญของชาติไทยต่อไป







