
100 วันทรัมป์ยังไม่เข้าเป้า
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่ายไม่เว้นแม้แต่คนใกล้ตัวในรัฐบาลและทำเนียบขาวเอง ด้วยการประกาศว่าจะเปิดเผยแผนการปฏิรูปภาษีที่ทุกคนรอคอยในวันพุธที่ 26 เม.ย.นี้ หรือราวๆ วันที่ 27 ตามเวลาในบ้านเราเรื่องนี้นับว่าเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะที่ผ่านมาคนในรัฐบาลหลายคนแม้แต่ สตีเวน มนูชิน ที่เป็นรัฐมนตรีคลังเองยังยอมรับว่า ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษียังไม่น่าจะออกมาได้เร็วๆ นี้ เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนการรีบเร่งออกกฎหมายใหญ่ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดตัวหนึ่งในด้านเศรษฐกิจ ตามที่เคยให้สัญญาไว้ระหว่างหาเสียง จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามของทรัมป์ที่จะสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏใน “100 วันแรกของการทำงาน” ซึ่งจะครบในวันเสาร์ที่ 29 เม.ย.นี้เพราะหากไม่มีกฎหมายปฏิรูปภาษีมาช่วยจะเท่ากับว่า ทรัมป์ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยในด้านเศรษฐกิจที่ชาวอเมริกันตั้งความหวังเอาไว้ตอนช่วงหาเสียงนั้น ทรัมป์ยกจีนขึ้นมาเป็นผู้ร้ายอย่างชัดเจน พร้อมขู่ต่างๆ นานา ว่าจะขึ้นบัญชีดำประเทศปั่นค่าเงิน และตั้งกำแพงภาษีสินค้าสูงๆ เพื่อพยายามลดปัญหาการขาดดุลการค้าและไม่ให้งานหลั่งไหลไปยังป
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่ายไม่เว้นแม้แต่คนใกล้ตัวในรัฐบาลและทำเนียบขาวเอง ด้วยการประกาศว่าจะเปิดเผยแผนการปฏิรูปภาษีที่ทุกคนรอคอยในวันพุธที่ 26 เม.ย.นี้ หรือราวๆ วันที่ 27 ตามเวลาในบ้านเรา
เรื่องนี้นับว่าเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะที่ผ่านมาคนในรัฐบาลหลายคนแม้แต่ สตีเวน มนูชิน ที่เป็นรัฐมนตรีคลังเองยังยอมรับว่า ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษียังไม่น่าจะออกมาได้เร็วๆ นี้ เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน
การรีบเร่งออกกฎหมายใหญ่ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดตัวหนึ่งในด้านเศรษฐกิจ ตามที่เคยให้สัญญาไว้ระหว่างหาเสียง จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามของทรัมป์ที่จะสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏใน “100 วันแรกของการทำงาน” ซึ่งจะครบในวันเสาร์ที่ 29 เม.ย.นี้
เพราะหากไม่มีกฎหมายปฏิรูปภาษีมาช่วยจะเท่ากับว่า ทรัมป์ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยในด้านเศรษฐกิจที่ชาวอเมริกันตั้งความหวังเอาไว้
ตอนช่วงหาเสียงนั้น ทรัมป์ยกจีนขึ้นมาเป็นผู้ร้ายอย่างชัดเจน พร้อมขู่ต่างๆ นานา ว่าจะขึ้นบัญชีดำประเทศปั่นค่าเงิน และตั้งกำแพงภาษีสินค้าสูงๆ เพื่อพยายามลดปัญหาการขาดดุลการค้าและไม่ให้งานหลั่งไหลไปยังประเทศต้นทุนต่ำ
ทว่าจนถึงปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การโยนบทผู้ร้ายให้จีนแล้วจะไปลงโทษนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อจีนยังเป็นทั้งเจ้าหนี้และนักลงทุนรายใหญ่ในสหรัฐ และเป็นประเทศที่สหรัฐต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยในการดำเนินนโยบายความมั่นคงในต่างประเทศด้วย เช่น ในกรณีของเกาหลีเหนือ
นอกจากเรื่องจีนแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่สร้างความผิดหวังให้ทรัมป์และผู้สนับสนุนมากที่สุดก็คือ กฎหมายหลักประกันสุขภาพฉบับใหม่ที่จะมาแทนที่กฎหมายโอบามาแคร์ ซึ่งรัฐบาลตัดสินใจชักกลับไม่นำเข้าสภาคองเกรส หลังพิจารณาดูแล้วว่าไม่น่าจะได้เสียงสนับสนุนมากพอ
เท่ากับว่าในช่วง 100 วันแรกของการทำหน้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ทรัมป์สามารถทำได้อย่างที่สัญญาเอาไว้ได้เพียง 10 เรื่องเท่านั้น จากทั้งหมด 38 เรื่อง จากการประเมินของสำนักข่าวเอพี เช่น การยกเลิกคำสั่งยับยั้งของบารัก โอบามา และเปิดทางให้สร้างท่อส่งน้ำมันคีย์สโตน-ดาโกต้า ได้อีกครั้ง
การเผยแผนปฏิรูปภาษีจึงเป็นความหวังที่จะมากู้หน้าให้ทรัมป์ในเวลานี้ ที่มีคะแนนนิยมต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ กับคะแนนไม่เห็นชอบที่แซงหน้าผู้เห็นชอบไปถึง 54% ต่อ 40% ซึ่งทรัมป์คงจะนำไปอ้างความสำเร็จควบคู่กับการเติบโตของตลาดหุ้นสหรัฐ ที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้นไปแล้วเกือบ 5% เป็นรองเพียงผลงาน 100 วัน สมัยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ที่หุ้นพุ่งไป 7.7%
ทรัมป์อาจตระหนักได้แล้วว่าอำนาจบริหารของประธานาธิบดีไม่ใช่ทั้งหมดที่สามารถขับเคลื่อนทุกอย่างได้ แม้จะได้สภาคองเกรสพรรครีพับลิกันมาด้วยก็ตาม ซึ่งหนทางอีกยาวไกลของทรัมป์ยังเป็นที่ต้องจับตาอีกใกล้ชิดว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลง กลับลำ หักมุมอะไรที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้โลกอีกหรือไม่







