
รวบหัวโจกระดับพระกาฬแก๊งลักรถรายใหญ่
รอง ผบช. ภ.2 ลุยทลายแก๊งค์ลักรถขบวนการใหญ่ไม่เลิก รวบตัวหัวโจ๊กระดับมือพระกาฬจากใต้มาทำแผนประกอบสารภาพที่แปดริ้ว
รอง ผบช. ภ.2 ลุยทลายแก๊งค์ลักรถขบวนการใหญ่ไม่เลิก รวบตัวหัวโจ๊กระดับมือพระกาฬจากใต้มาทำแผนประกอบสารภาพที่แปดริ้ว
พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตรา รอง ผบช. ภ.2 นำตัว นายเทพพร ปัญญา หัวหน้าขบวนการลักรถยนต์ ที่แยกตัวมาจากแก๊งค์ “ต๋อง ปิ่นทอง” และก่อเหตุออกอาละวาดโจรกรรมรถของชาวบ้าน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่ต้นปีมาก่อเหตุมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 12 คัน และยังเคยออกตระเวนก่อเหตุทั้งในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงในเขตจังหวัดภาคอีสานมาอย่างโชกโชนต่อเนื่องถึงสัปดาห์ละ 2-3 คัน
ทั้งนี้หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามไล่ล่า นำโดย พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ เพ็ชรศักดิ์ พร้อมกำลังอีก 2 นาย ได้เข้าติดตามจับกุมตัวได้ ขณะที่กำลังหลบหนีไปกบดานอยู่ยังในแถบจังหวัดภาคอีสาน เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา
นายเทพพร รับสารภาพว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวมาได้แล้ว ในคดีลักทรัพย์ รายอื่นๆ เมื่อก่อนหน้า ในเขตพื้นที่ จ.สงขลา และถูกจำคุกมาแล้วเป็นเวลา 1 ปีเศษ หลังจากพ้นโทษออกมา ยังได้กลับมายึดอาชีพเป็นโจรอีกครั้งหนึ่งเช่นเดิม ด้วยการออกอาระวาดโจรกรรมรถยนต์ ในเขตพื้นที่โดยรอบปริมณฑล จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้อีกครั้ง ที่จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงเดือน เมษายน 53 ที่ผ่านมา ซึ่งคดียังอยู่ในระหว่างการประกันตัว และยังได้หลบหนีการประกันตัวในคดีดังกล่าวมาอีกด้วย
โดยการประกอบอาชีพโจรกรรมลักรถยนต์นั้น ได้ร่วมกันทำงานระหว่างเครือญาติ รวม 4 คน คือ นายเทพพร มีหน้าที่เป็นหัวหน้าแก๊งค์ ที่รับโจรกรรมรถยนต์ตามใบสั่ง จากพ่อค้า และนักการเมืองทางภาคใต้ คล้ายกับแก๊งค์ของ “นายต๋อง ปิ่นทอง” เครือข่ายใหญ่ที่เคยถูกเจ้าหน้าที่กวาดล้างจับกุมตัวไปได้แล้วรวม 12 คน เมื่อก่อนหน้านี้
จากนั้นก็จะร่วมกันกับ นายเจี๊ยบ(ยังไม่ทราบชื่อจริง) พร้อมด้วยญาติอีกหนึ่งคน ออกตระเวนหารถของเหยื่อตามออเดอร์ ใบสั่งที่ต้องการ โดยมี น.ส.น้ำ แฟนสาว ซึ่งเป็นอดีตสาวคาราโอเกะ คอยรับทำบัญชีและการเงินให้ ที่สำคัญ หลังจากโจรกรรมรถมาได้แล้ว ยังได้แอบนำรถไปจอดไว้ตามสถานที่ราชการต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ศูนย์การค้า และสถานที่ราชการอื่นๆ ในระหว่างการรอส่งไปให้แก่ลูกค้า เพื่ออำพรางการตรวจตราของเจ้าหน้าที่อีกด้วย
นายเทพพร ยังยอมรับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่อีกด้วยว่า ขณะนี้ยังมีรถยนต์กระบะอีซุซุ ทะเบียน บฉ-6685 ศรีสะเกษ ที่เพิ่งโจรกรรมมาได้จากเขตท้องที่ สภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ ถูกนำไปจอดแอบซ่อนไว้ยังที่จอดรถโรงพยาบาลนครธน อีกหนึ่งคัน เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งกำลังเข้าไปตรวจสอบ จึงพบว่ามีรถที่ถูกโจรกรรมมาได้ ถูกนำไปจอดไว้จริงเพื่อรอส่งขายไปให้แก่ลูกค้า
พล.ต.ต.สุวิระ กล่าวว่า แก๊งค์โจรกรรมรถของ นายเทพพร นี้ ถือเป็นขบวนการใหญ่ระดับมือพระกาฬ อีกขบวนการหนึ่ง ที่เคยเป็นลูกน้องในเครือข่ายของ “นายต๋อง ปิ่นทอง” แต่ได้แยกตัวออกมา เพื่อรับออเดอร์สั่งซื้อจากลูกค้าแข่งกับแก๊งค์ของ นายต๋อง และมักจะทำงานแบบคู่ขนานแข่งกันในการโจรกรรมรถ เพื่อส่งไปขายทางภาคใต้ แต่ก็มีบางครั้งที่มีการสั่งซื้อแบบล็อตใหญ่ จำนวนมาก
พล.ต.ต.สุวิระ กล่าวอีกว่า ทั้งสองแก๊งค์นี้ก็จะหันหน้ากลับมาร่วมมือกันทำ โดยจะส่งไปขายทั้งในรูปแบบเต็มคัน และการชำแหละเป็นชิ้นส่วน โดยที่ผู้สั่งซื้อนั้นล้วนเป็นผู้ที่มีหน้ามีตาในสังคมทางภาคใต้ ส่วนในคดีของแก๊งค์นายต๋อง นั้น ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาได้รวม 12 คนแล้ว พร้อมของกลางจำนวนกว่า 2 พันชิ้น และยังเหลือผู้ร่วมขบวนการอีก 2-3 คน ที่ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว
อย่างไรก็ตามขณะนี้ การจัดมหกรรมโชว์ชิ้นส่วนยานยนต์โจร ที่โกดังโรงงานร้างเก่า ในเขต ต.คลองนครเนื่องเขต จ.ฉะเชิงเทรา นั้นยังคงเปิดให้ประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน จากการถูกโจรกรรมรถ เข้าเยี่ยมชมชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ ที่ถูกโจรกรรมไปแยกชิ้นส่วนอยู่อย่างต่อเนื่อง







