
รัฐเพิ่มสิทธิผู้ประกันตน
ครม.อนุมัติเพิ่มสิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รัฐยอมจ่าย 3,000 ล้าน ดึงลูกจ้างอิสระเข้าระบบตั้งเป้า 20 ปีครอบคลุมทั้ง 21 ล้านคนพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 เม.ย. อนุมัติกฎหมายเพื่อปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 คือ แรงงานไม่มีนายจ้าง หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวม 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราจ่ายเงินสมทบประเภทของประโยชน์ทดแทนตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ ทดแทน และร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้าเป็นประกันตน ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มีสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งเป็นแรงงานในระบบมากขึ้นทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะมีทางเลือกเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ ทางเลือกที่ 1 มีการปรับปรุงเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนจ่ายสมทบเดือนละ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการข
ครม.อนุมัติเพิ่มสิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รัฐยอมจ่าย 3,000 ล้าน ดึงลูกจ้างอิสระเข้าระบบตั้งเป้า 20 ปีครอบคลุมทั้ง 21 ล้านคน
พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 เม.ย. อนุมัติกฎหมายเพื่อปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 คือ แรงงานไม่มีนายจ้าง หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ รวม 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราจ่ายเงินสมทบประเภทของประโยชน์ทดแทนตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ ทดแทน และร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมสำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้าเป็นประกันตน ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มีสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งเป็นแรงงานในระบบมากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะมีทางเลือกเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ ทางเลือกที่ 1 มีการปรับปรุงเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนจ่ายสมทบเดือนละ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ ซึ่งในส่วนของเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย จากเดิมที่เมื่อนอนโรงพยาบาลจะได้รับวันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี เพิ่มเป็น 300 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี ถ้าไม่นอนโรงพยาบาลแต่แพทย์สั่งให้หยุดงาน 3 วัน ได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี และกรณีไปพบแพทย์จะได้ครั้งละ 50 บาท ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี
สำหรับเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพยังให้สิทธิคงเดิม คือ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500-1,000 บาท/เดือน เป็นเวลานาน 15 ปี เงื่อนไขต้องเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแพทย์ และกรณีเงินค่าทำศพเดิมได้รับ 2 หมื่นบาท สิทธิประโยชน์ใหม่นอกจากได้รับเงินทำศพ 2 หมื่นบาท แล้วยังได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มอีก 3,000 บาท
ทางเลือกที่ 2 ปรับปรุงเป็นผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) ซึ่งจะได้รับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับทางเลือกที่ 1 ส่วนเงินบำเหน็จชราภาพคงได้รับเหมือนเดิม
พล.อ.ศิริชัย กล่าวว่า ตามกฎหมายใหม่นี้ได้เพิ่มทางเลือกที่ 3 ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ไม่เคยมีมาก่อน คือ ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท รัฐจ่ายสมทบ 150 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 450 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณีเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) และเงินสงเคราะห์บุตร
นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า คาดกฎหมายฉบับนี้จะสามารถบังคับใช้ได้ใน 2 เดือน โดยปัจจุบันผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2560 สามารถขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้แล้วจำนวน 2,265,809 คน จากจำนวนแรงงานนอกระบบประมาณ 21 ล้านคน ซึ่งหลังการปรับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นครั้งนี้คาดว่าจะจูงใจให้แรงงานนอกระบบสมัครเข้ามาเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มากขึ้น โดยในปีแรกของการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์คาดว่าจะมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านคน ค่าใช้จ่ายภาครัฐอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท
“ระยะยาวรัฐบาลต้องการให้ทุกคนมีหลักประกันสังคมครอบคลุมทั้งหมด 20 ล้านคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาครัฐจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลสามารถรองรับได้” นาย สุรเดช กล่าว
สำหรับการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ประชาชนใช้หลักฐานเพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ข้อดีคือไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ตัดสิทธิบัตรทอง ขาดส่งเงินสมทบก็ยังเป็นสมาชิกต่อได้ และรัฐบาลร่วมออกเงินสมทบให้







