
บังคับคดีร่วมบ้านประชารัฐ
กรมบังคับคดีสนองนโยบายบ้านประชารัฐ คัดสินทรัพย์ราคาไม่เกิน 1.5 ล้าน กว่า 1.5 หมื่นรายการมาประมูลขาย
กรมบังคับคดีสนองนโยบายบ้านประชารัฐ คัดสินทรัพย์ราคาไม่เกิน 1.5 ล้าน กว่า 1.5 หมื่นรายการมาประมูลขาย
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีได้คัดสินทรัพย์ที่เข้าข่ายเข้าโครงการ บ้านประชารัฐของรัฐบาล ที่กำหนดราคายูนิตละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยปัจจุบัน กรมบังคับคดีมีสินทรัพย์ที่สามารถเข้าโครงการบ้านประชารัฐอยู่ประมาณ 1.55 หมื่นรายการ คิดเป็นมูลค่า 1.55 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 11,154 รายการ ห้องชุด 1,094 รายการ ที่ดินเปล่า 3,271 รายการ
ทั้งนี้ กรมบังคับคดีจะนำรายการสินทรัพย์ที่เข้าข่ายโครงการบ้านประชารัฐลงในเว็บไซต์ของกรมบังคับคดี เพื่อนำเสนอให้ผู้สนใจคัดเลือกประมูลซื้อสินทรัพย์ โดยจะมีการขอความร่วมมือกับธนาคารออมสินและธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) ในการพิจารณาเงินให้กู้สำหรับผู้ที่มาประมูลซื้อสินทรัพย์ตามคุณสมบัติที่แต่ละธนาคารกำหนดไว้
“หลังจากที่รัฐบาลมีการปรับหลักเกณฑ์ผู้จะได้สิทธิอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านประชารัฐใหม่ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้ามาประมูลเลือกซื้อสินทรัพย์จากกรมบังคับคดีมากขึ้น” น.ส.รื่นวดี กล่าว
ขณะเดียวกันในเดือน พ.ค.นี้ กรมบังคับคดีจะจัดงานมหกรรมขายทอดตลาด โดยนำสินทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น จ.นนทบุรี ปทุมธานี ออกมาขายทอดตลาดที่เมืองทองธานี รวมทั้งในเดือน ต.ค. 2560 นี้ จะเริ่มประมูลขายทอดตลาดในวันเสาร์ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้ามาประมูลซื้อและเพิ่มผู้ทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงปีงบประมาณ 2559 กรมบังคับคดีสามารถผลัดสินทรัพย์ตามโครงการบ้านประชารัฐ หรือสินทรัพย์ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท จำนวน 12,408 รายการ คิดเป็นมูลค่า 6,946 ล้านบาท หรือคิดเป็น 30% ของจำนวนคดีที่ประกาศขาย
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติให้มีการปรับเงื่อนไขโครงการบ้านประชารัฐและโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐใหม่ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น โดยปรับคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ จากเดิมห้ามผู้ที่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเข้าร่วมในโครงการ เป็นให้ผู้ที่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อนสามารถเข้าร่วมโครงการได้ และปรับเงื่อนไขการกู้เงินมาปลูกสร้างบ้านที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งเดิมรวมราคาที่ดินไว้ด้วย เป็นไม่ต้องนำราคาประเมินที่ดินมาพิจารณารวมด้วย โดยปัจจุบันมีประชาชนได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว 1.3 หมื่นราย วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท







