
เตือนขับรถขึ้นเหนือผ่านพิจิตรระวังกล้องตรวจจับความเร็ว
พิจิตร-ขนส่งพิจิตรตั้งกล้องตรวจจับความเร็วแจกใบสั่งส่งถึงบ้านทันที1ปีผิดเกิน3ครั้งมีสิทธิถูกพักใบอนุญาตขับขี่
พิจิตร-ขนส่งพิจิตรตั้งกล้องตรวจจับความเร็วแจกใบสั่งส่งถึงบ้านทันที1ปีผิดเกิน3ครั้งมีสิทธิถูกพักใบอนุญาตขับขี่
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 นายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดพิจิตร และ พันเอกธนะพันธ์ ขำทวี เสธฯกกล.รส.จ.พิจิตร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมวินัยจราจรที่ริมทางหลวง117 นครสวรรค์-พิจิตร-พิษณุโลก ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้น-ล่องสู่ภาคเหนือ โดยมีการตั้งกล้องตรวจจับความเร็วที่เป็นกล้องตรวจจับความเร็วระบบเลเซอร์หากพบรถใช้ความเร็วเกิน90กิโลเมตร/ชั่วโมง สำนักงานขนส่งพิจิตรก็จะออกใบสั่งส่งไปรษณีย์ไปให้เจ้าของรถหรือผู้ประกอบการมาทำการเสียค่าปรับผิดครั้งแรกปรับ1,000บาท และถ้าผิดครั้งที่ 2-3 ค่าปรับก็เพิ่มขึ้นอีก แต่ถ้าภายใน 1 ปี ผิดซ้ำซากเกิน 3 ครั้ง ก็จะพักใช้ใบอนุญาต ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2560 พบมีผู้กระทำผิดมากถึง 222 ราย
นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้าผู้ขับรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือขับรถโดยสารสาธารณะถ้าขับรถความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้วเกิดอุบัติเหตุส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจำนวนมากกระทำผิดแค่ครั้งเดียว สนง.ขนส่งพิจิตรก็จะเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที ข้อมูลสถิติในช่วงที่ผ่านมา ม.ค.-มี.ค 2560 พบว่าเดือน ม.ค.60 พบรถขับเร็วกว่ากฎหมายกำหนด 85 ราย เป็นรถโดยสาร 66 รายและรถบรรทุก 19 ราย , ก.พ.60 พบรถขับเร็วกว่ากฎหมายกำหนด 51 รายเป็นรถโดยสาร 26 รายและรถบรรทุก 28 ราย , มี.ค.60 พบรถขับเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด 54 ราย เป็นรถโดยสาร 29 คันและรถบรรทุก 28 คัน ส่วนการตั้งด่านหรือตั้งกล้องตรวจจับความเร็วรถส่วนบุคคล รถเก๋ง รถกระบะฯลฯ นั้นก็จะเป็นหน้าที่ของตำรวจทางหลวงที่เราแบ่งงานกันทำ ทั้งนี้เพื่อบูรณาการให้การปฏิบัติงานสอดคล้องและต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงขอฝากเตือนผู้ประกอบการและคนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะ รถเมล์ รถทัวร์ รถตู้ รวมถึงรถรับส่งนักเรียน หรือรับส่งสาวโรงงานที่มีผู้โดยสารจำนวนมากว่า ขอให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะต่อจากนี้จะไม่มีการเตือนกันอีกแล้ว แต่จะเป็นการใช้มาตรการตรวจจับความเร็วด้วยกล้องเลเซอร์ที่ใช้เป็นหลักฐานในการเปรียบเทียบปรับ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ใช้รถใช้ถนนนั่นเอง







