
มีชัยยันเก็บเงินสมาชิกพรรคเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ
ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแจงการเก็บเงินค่าสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ
ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแจงการเก็บเงินค่าสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า การเก็บเงินค่าสมาชิกจากพรรคการเมืองนั้น ขอย้ำว่าเป็นการทำให้สมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ส่วนตัวเข้าใจดีเวลามีอะไรใหม่เข้ามา คนก็มักจะกังวล แต่มนุษย์ถ้าไม่เดินก้าวไปข้างหน้า อยู่กับที่มันก็ไม่มีเหตุที่จะต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญกัน เพราะการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญก็เพื่อที่จะให้ก้าวไปข้างหน้าในสภาวะที่เหมาะสมกับประเทศไทย
ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญนั้นมีกลไกที่กำหนดบทบาทของแต่ละฝ่ายเอาไว้ก่อน รัฐเองก็ถูกกำหนดหน้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข พรรคการเมืองก็ต้องขยับขึ้นมาให้เหมาะสมเช่นกัน แม้แต่ประชาชนทั่วไปไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่รัฐบาลก็ยังต้องเอาเงินส่วนที่เก็บภาษีจากประชาชนไปให้พรรคการเมืองอยู่ดี ดังนั้น ก็ไม่เข้าใจว่าขนาดประชาชนที่ไม่มีสิทธิสมัครเป็นสส.ยังต้องจ่ายเงิน แล้วทำไมสมาชิกพรรคกลับถึงไม่ต้องจ่ายเงิน
เมื่อถามว่า กรณีที่โพลสำรวจประชาชนและความเห็นของพรรคการเมืองในกรณีนี้ถึงได้มีความขัดแย้งกัน นายมีชัย กล่าวว่า พรรคการเมืองไม่ใช่ประชาชนทั้งประเทศ แต่โพลสำรวจนั้นมีความเชื่อถือได้เพราะได้รับการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งดูจากโพลประชาชนก็ล้วนแต่เห็นด้วยกับการเก็บเงินพรรคการเมืองกันทั้งนั้น โดยจำนวนกว่า 70% บอกว่าควรจะเก็บเงินมากกว่า 100 บาทต่อปีด้วยซ้ำ แต่คนที่ไม่เข้าใจดูจะเป็นนักการเมืองที่ยังเข้าใจว่าประชาชนยังเป็นอย่างเดิม ซึ่งความจริงไม่ใช่
สำหรับกรณีที่มีการพูดว่าการเก็บเงินค่าสมาชิกพรรคการเมืองปีละ 100 บาทจะทำให้เกิดการกลั่นแกล้ง ทำให้พรรคการเมืองหรือนายทุนพรรคจ่ายเงินค่าสมาชิกให้สมาชิกพรรคการเมือง สื่อให้เห็นว่าคนในแวดวงพรรคการเมืองนั้นไม่มีความตรงไปตรงมา เพราะถ้ามีความตรงไปตรงมาคงไม่มีใครทำอย่างนั้น กฎหมายก็คงต้องเข้มงวดขึ้น ดังนั้น กรธ.จึงให้บทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สูงขึ้น ในการดูแลเรื่องนี้ อีกทั้งในรัฐธรรมนูญยังได้บอกเจตนาชัดเจนว่าคนมาทำหน้าที่ กกต.ต้องกล้าหาญ ไม่เกรงใจใครในการทำหน้าที่
“ถ้าหากมองว่าการเก็บเงินสมาชิกพรรคการเมืองอาจจะมีปัญหา ก็สามารถไปคิดอ่านกันได้ว่าจะทำอย่างไร จะเก็บเงินอย่างไร จะใช้วิธีอิเล็กทรอนิกส์ในการเก็บเงินก็ได้ หรือถ้าคิดไม่ออกจริงๆไปถามนักคอมพิวเตอร์ก็ยังได้ ซึ่งในอนาคตเวลาพรรคการเมืองมาชวนคนเข้ามาเป็นสมาชิก เขาก็สามารถอธิบายได้ว่าพรรคนี้เวลาจะจ่ายเงินจ่ายอย่างไร”นายมีชัย กล่าว
ส่วนที่มีการเสนอว่าการให้สมาชิกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของพรรคอาจจะทำให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมทางการเมืองได้ดีกว่าการเก็บเงิน นายมีชัย ระบุว่า แล้วพรรคการเมืองจะไปเอาเงินมาจากไหน ถ้าพรรคเอาเงินจากนายทุนพรรคนั้นก็เป็นของนายทุน ถ้าพรรคนั้นรอเอาเงินจากรัฐบาล ประชาชนทั่วไปก็จะเสียเปรียบ
นายมีชัย กล่าวอีกว่า ในตอนนี้ในบทเฉพาะกาลของ พรป.พรรคการเมืองนั้น ระบุว่าในปีแรกจะลดการเก็บเงินค่าสมาชิกพรรคการเมืองให้เหลือ 50 บาท เพราะเข้าใจพรรคการเมืองบางพรรคมีสมาชิกเป็นแสน จะไปเก็บค่าสมาชิกก็คงยาก ดังนั้น ก็เลยลดเหลือ 50 บาท ถ้าหากภายใน 2 ปี ไม่จ่ายค่าสมาชิกพรรคก็ถอนสภาพสมาชิกพรรคการเมืองได้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าแบบนี้ก็ง่ายดี ถ้าหากไม่อยากจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว ก็หยุดจ่ายเงินได้ ทั้งนี้ จำนวนเงินที่สมาชิกพรรคการเมืองจะเป็นตัวกำหนดว่าจะมีการจ่ายเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองเท่าไร
ส่วนความเห็นของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) เสนอว่าการบริจาคเงินพรรคการเมืองไม่ควรบริจาคเกิน 1 ล้านบาท เพื่อไม่ให้กลุ่มนายทุนครอบงำพรรคการเมืองนั้นก็แล้วแต่สนช.จะไปเป็นคนคิด ที่นายสุเทพเสนอมานั้นกำหนด 2 ข้าง ข้างหนึ่งไม่อยากจะเก็บจากนายทุนเยอะ แต่อยากให้เก็บเงินจากประชาชนเยอะ โดยเก็บเงินค่าสมาชิกพรรคขั้นต่ำปีละ 365 บาท หรือวันละ 1 บาท







