
อบรมทำปุ๋ยชีวภาพกระชับสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
ทหารพรานไทยดึงชาวบ้านและทหารกัมพูชาเชื่อมไม่ตรี 2 ประเทศ ที่บริเวณชายแดนช่องกราง จ.สุรินทร์
ทหารพรานไทยดึงชาวบ้านและทหารกัมพูชาเชื่อมไม่ตรี 2 ประเทศ ที่บริเวณชายแดนช่องกราง จ.สุรินทร์
พ.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 26 ร่วม กับ พ.ท. ปิน บุนโฮน รองผู้บัญชาการทหาร จ.อุดรมีชัย จัดโครงการฝึกอบรมเศรษฐกิจพอเพียงในประเทศกัมพูชา ประจำปี 2553 ที่บริเวณแนวชายแดนช่องกร่าง บ.รุณ ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตรงข้าม บ.ไปรเวง ต.โคกมอญ อ.บันเตียอำปึน จ.อุดรมีชัย
ทั้งนี้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี จัดโครงการดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างพันธไมตรีไทย-กัมพูชา ด้วยทฤษฏีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้กับชาวบ้านกัมพูชาจำนวน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านปรเวง ,บ้านโอร์รุมจอง,บ้านทนอดัช,และบ้านโคกมอญ ต.โคกมอญ อ.บันเตียอำปึน จ.อุดรมีชัย จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมอบรม
ทั้งนี้ภายในงานโครงการฯมีกิจกรรมการสาธิตและอบรมการทำปุ๋ยหมักชีวภาพให้กับชาวกัมพูชาได้นำวิธีการขั้นตอนการทำปุ๋ยหมักชีวภาพไปปรับใช้ในพื้นที่เพื่อให้ชาวบ้านกัมพูชาในพื้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งตนเองได้ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งเพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่เคยมีให้กันมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวกัมพูชาและเจ้าหน้าที่ทหารของกัมพูชาเป็นอย่างดี ถึงการสาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพฯดังกล่าว
นอกจากนี้พ.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 และเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองของไทยยังได้มอบพันธุ์ไม้เศรษฐกิจ อาทิ มะพร้าว มะม่วง ส้มโอ และขนุน จำนวน 2,000 ต้นและพันธุ์ปลาอีกกว่า 4 หมื่นตัว ให้กับชาวบ้านกัมพูชาอีกด้วย
อย่างไรก็ตามกิจกรรมดังกล่าวเป็นภาพบรรยากาศที่อบอุ่นอย่างยิ่งระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านของทั้ง 2 ประเทศ ที่มาร่วมกิจกรรมกันในครั้งนี้ สามารถลบภาพขัดแย้งของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี
พ.อ.อดุลย์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ เป็นภารกิจหลักที่กองกำลังสุรนารีมอบหมายให้กรมทหารพรานที่ 26 เข้ามาดำเนินการ คือการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้นำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ จึงให้มีการอบรมการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ รวม 3 วัน ซึ่งชาวบ้านกัมพูชาในพื้นที่ก็มีวัตถุดิบอยู่แล้ว เช่น รำ ขี้วัว หรือแกลบต่างก็สามารถนำความรู้ดังกล่าวไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพต่อไป
พ.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่าว ความสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ประเทศในพื้นที่ด้าน จ.สุรินทร์และ จ.อุดรมีชัย นั้นมีความสัมพันธ์ที่ต่อกันมายาวนาน มีการพูดคุยหารือกันมาโดยตลอด รวมทั้งกิจกรรมต่างๆก็มีการจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเมื่อมีการพบคนไทยหรือกัมพูชาพลัดหลงข้ามเขตแดนออกไปหรือเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 ประเทศก็จะประสานนำชาวบ้านที่พลัดหลงส่งมอบคืนให้แก่กัน
ด้านรองผู้บัญชาการทหาร จ.อุดรมีชัย กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยที่จัดโครงการครั้งนี้ขึ้น และมีความห่วงใยดูแลประชาชนชาวกัมพูชาในพื้นที่อย่างดี เห็นได้จากกิจกรรมต่างๆที่ผ่านมา ซึ่งก็รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง และจะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อความสัมพันธ์อันดีต่อกันของทั้ง 2 ประเทศ







