
วันพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
มนุษย์ควรจะทำอะไรเพื่อให้แน่ใจว่า ... วันพรุ่งนี้ยังมีอยู่? เพื่อค้นหาคำตอบ นักแสดง-ผู้กำกับหญิงชาวฝรั่งเศส เมลานี โลรองต์
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
มนุษย์ควรจะทำอะไรเพื่อให้แน่ใจว่า ... วันพรุ่งนี้ยังมีอยู่?
เพื่อค้นหาคำตอบ นักแสดง-ผู้กำกับหญิงชาวฝรั่งเศส เมลานี โลรองต์ และ ซีริล ดิออน นักเคลื่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อมจึงเดินทางไป 12 ประเทศ ในเวลา 7 เดือน เพื่อเยี่ยมชมฟาร์มเกษตรยั่งยืน โครงการเมืองเกษตร และความคิดริเริ่มทดแทนซึ่งชุมชนเป็นเจ้าของ ค้นหานวัตกรรมอย่างยั่งยืนในด้านอาหาร พลังงาน การเงิน ภาครัฐ และภาคการศึกษา
ก่อนจะกลายมาเป็นหนังสารคดีเพื่อระบบนิเวศและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่เรื่อง Demain (Tomorrow) ซึ่งได้การตอบรับที่ดีเมื่อออกฉายที่ฝรั่งเศส ก่อนจะคว้ารางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมจากงานซีซาร์ อวอร์ดส เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และเพิ่งลงโรงที่สหรัฐช่วงวันเอิร์ธเดย์
Tomorrow เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทั่วโลก ซึ่งนักวิจารณ์ลงความเห็นว่าเป็นสารคดีสิ่งแวดล้อมที่หายาก เพราะนำเสนออย่างเรียบง่าย แนะหนทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม คือความท้าทายทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
เมลานี โลรองต์ ในวัย 34 ปี เพิ่งจะมีลูกคนแรกก่อนจะเริ่มต้นโปรเจกต์หนัง Tomorrow เธอและทีมงานต้องการสร้างหนังเรื่องนี้เพื่อเด็กๆ จะทำยังไงให้ไม่รู้สึกผิดกับคนรุ่นหลัง รวมทั้งใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย
สาวสวยเมลานีเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่มักจะถกปัญหาเรื่องการเมืองและให้ความสนใจเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกเป็นเรื่องปกติ ส่วนตัวเธอนั้นหันมาสนใจเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังหลังจากได้เดินทางไปอินโดนีเซียกับเจ้าหน้าที่กรีนพีซ ได้เห็นปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และ 2 ปีต่อมาก็ได้รู้จักกับ ซีริล ดิออน และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะช่วยกันหาหนทางในการแก้ไขปัญหา
สำหรับ ซีริล ดิออน หลังจากทำงานเอ็นจีโอมาเกือบ 10 ปี เขาได้เรียนรู้ว่าวิธีการรณรงค์ให้คนตระหนักถึงเรื่องระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมานั้นไม่ได้ผล “เราน่าจะมีการบอกเล่าถึงอนาคตในวิธีที่แตกต่างออกไป เพื่อปลุกความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจ”
ราวปี 2010 ซีริลได้อ่านบทความเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการล่มสลายของระบบนิเวศ “มันน่ากลัวมาก และเราไม่มีเวลาแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมได้รวบรวมวิธีแก้ปัญหา และเมื่อผมพร้อมจึงไปขอให้เมลานีมาร่วมด้วย โครงการนี้จึงเริ่มต้น” พร้อมๆ กัน ซีริลยังเขียนหนังสือที่เพิ่งตีพิมพ์ชื่อว่า Tomorrow : All Over the Globe, Solutions Already Exist
“หนังเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อม มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงชีวิตของคุณ รวมทั้งชีวิตของเด็กๆ ลูกหลานของคุณด้วย ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การสูญพันธุ์ของบางสปีชีส์ ล้วนเป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นตอนนี้เรามีทางเลือกคือ จะให้เป็นอย่างนี้ต่อไป แล้ววิ่งไปถึงขอบเหว หรือสร้างอีกโลกหนึ่งขึ้นมา ที่ซึ่งมนุษย์และธรรมชาติใช้ชีวิตอย่างสอดคล้อง มีชีวิตที่มีความหมาย มีความสุขมากขึ้น และเราสามารถมองตาลูกหลานของเราได้โดยไม่รู้สึกผิด และรู้ถึงสันติภาพในตัวเอง ซึ่งผมได้เลือกแล้ว”
สำหรับ เมลานี สารคดีเรื่องนี้คือการได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อโลกแม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย “เราเคยคิดว่า ที่ผ่านมาสารคดีเกี่ยวกับระบบนิเวศไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะคนไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาสนใจนะ อย่างที่ฝรั่งเศสก็จะมีคนเข้ามาทักทายพูดคุยกับฉันแล้วบอกว่า หนังเรื่องนี้มันเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา
“หนังเรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่ประชาชนคนธรรมดามากกว่านักการเมือง คนอาจจะพูดมาตลอดว่า ... ‘มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก’ นั่นเป็นข้ออ้างมากกว่า ทุกคนสามารถทำได้ในฐานะพลเมือง สิ่งสำคัญมากคือ การตระหนักถึงพลังของเราในฐานะพลเมือง ฉันคิดว่า ข้อความสุดท้ายของสารคดีเรื่องนี้คือ ...
“ใช่ เราสามารถเปลี่ยนโลกได้ แต่ต้องทำตอนนี้ เพราะวันพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป …”







