
สูงวัย(เลือก)ไฮเทค
เชื่อว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่จะได้รับการทักทายยามเช้าจากโลกออนไลน์ในลักษณะต่างๆ ทั้งข้อความ รูปภาพ สติ๊กเกอร์
โดย...ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา นักวิจัยร่วมโครงการ “ความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย” สกว. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
เชื่อว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่จะได้รับการทักทายยามเช้าจากโลกออนไลน์ในลักษณะต่างๆ ทั้งข้อความ รูปภาพ สติ๊กเกอร์ หรือไอคอนผ่านทางแอพพลิเคชั่นยอดนิยม ซึ่งมักจะถูกส่งมาจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย บุคคลในครอบครัว เพื่อนฝูงสูงวัย หรือญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ นั่นเพราะกลุ่มคนที่ชอบส่งรูปภาพหรือข้อความทักทายให้เราในตอนเช้านี้มักจะเป็นผู้สูงอายุเป็นหลัก
ข้อมูลที่น่าสนใจจากโครงการวิจัย เรื่อง “ความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย” สกว. พบว่าปัจจุบันผู้สูงอายุนิยมติดต่อสื่อสารกับบุตรหลาน หรือคนในครอบครัวที่ย้ายถิ่นไปอาศัย หรือทำงานอยู่ที่อื่นผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เหตุผลส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องความสะดวก หรือประหยัดเงินค่าโทรศัพท์ แต่เป็นเพราะ
“...การส่งข้อความทำได้บ่อยๆ ลูกหลานไม่รำคาญ และไม่รบกวนเวลาทำงานของพวกเขา ไม่เหมือนโทรศัพท์ไปพูดคุย...”
หรือรูปแบบของการสานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวกำลังเปลี่ยนไป...???
ในวันที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เลือกใช้เทคโนโลยีบนโลกออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการสานสายใยกับลูกหลานที่อยู่ไกลกัน แทนที่จะใช้โทรศัพท์ จดหมาย หรือโทรเลขดังเช่นในอดีต หากพิจารณาแล้วจะพบว่าส่วนใหญ่ประชากรวัยสูงอายุโดยธรรมชาติจะไม่นิยม หรือสนใจเทคโนโลยีที่มีความยุ่งยาก สลับซับซ้อน หรือไม่ชอบปรับเปลี่ยนวิธีการเดิมๆ ที่เคยปฏิบัติมา
แต่ผู้สูงอายุทุกวันนี้ไม่เป็นเช่นนั้น...ล่าสุดผลสำรวจมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของครัวเรือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์ในกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ในปี 2554 มีผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้นที่ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป 3 ปี การใช้งานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.1 และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าอัตราดังกล่าวจะดูไม่สูงนักเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรกลุ่มอื่นๆ เช่น วัยทำงานและวัยรุ่นที่มีการใช้สูงสุดถึงร้อยละ 64 แต่หากพิจารณาจากอัตราการเปลี่ยนแปลงจะพบว่ากลุ่มผู้สูงอายุมีอัตราการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับวัยอื่นๆ โดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 95 ขณะที่วัยทำงาน วัยเด็ก และวัยรุ่น เพิ่มขึ้นร้อยละ 83 81 และ 70 ตามลำดับ
ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุไทยเข้าถึงเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากจะพูดว่า “ผู้สูงอายุไทยเป็นผู้สูงวัยที่ไฮเทค” ก็คงไม่ผิดนัก แต่ในอีกมุมหนึ่งสถานการณ์นี้ก็ชวนให้นึกไปได้ว่า ทุกวันนี้ผู้สูงอายุในสังคมไทยของเรามีโอกาสในการได้พูดคุย (แบบเผชิญหน้า) กับคนในครอบครัวของตนเองน้อยลง เมื่อลูกหลานย้ายถิ่นออกไปอาศัยหรือทำงานอยู่ไกลบ้านมากขึ้น โลกออนไลน์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีและแปลกใหม่ในการคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์และการติดต่อสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัว
รูปแบบการสื่อสารเพื่อสานสัมพันธ์ของครอบครัวผ่านทางโลกออนไลน์นี้จะมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้น นอกจากตัวผู้สูงวัยที่ไฮเทคแล้ว ผู้รับสารที่ไม่ได้เป็นผู้สูงวัยและมีความไฮเทคอยู่แล้วก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้กระบวนการดังกล่าวได้รับการเติมเต็ม







