
อานุภาพมันฝรั่ง (2)
สเปนได้นำมันฝรั่งซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาใต้เข้ามาปลูกในยุโรปและหลายที่ในโลก
โดย...ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา
สเปนได้นำมันฝรั่งซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองในอเมริกาใต้เข้ามาปลูกในยุโรปและหลายที่ในโลก
คนยุโรปยังคงดูถูกเหยียดหยามมันฝรั่งและเติมแต่งเรื่องราวไม่ดีให้กับมันฝรั่งจนกลายเป็นพืชและอาหารชั้นต่ำที่น่าขยะแขยง เช่น พูดกันว่าการกินมันฝรั่งจะทำให้เป็นโรคเรื้อน ก็ยิ่งทำให้คนห่างเหินมันฝรั่งออกไปอีก
มันฝรั่งจึงมีสถานะเป็นอาหารสำหรับสัตว์ในยุโรปอยู่ราว 200 ปี แต่ก็มีเหตุการณ์วิกฤตซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติการกินอาหารในโลกครั้งสำคัญ
สงครามในยุโรปที่เรียกว่า สงคราม 7 ปี (1756-1763) อังกฤษเข้ายึดที่มั่นของฝรั่งเศสในทวีปอเมริกาเหนือและยึดเรือสินค้าฝรั่งเศสหลายร้อยลำ ทำให้มีกลุ่มประเทศเข้าสนับสนุนทั้งฝ่ายอังกฤษและฝ่ายฝรั่งเศส กลายเป็นความขัดแย้งขึ้นในหลายพื้นที่ในโลก
(อาจเรียกว่าเป็นสงครามโลกก็ว่าได้)
ชาติต่างๆ เข้าสนับสนุนแต่ละฝ่าย เพราะมีเป้าหมายซ่อนเร้นอยู่ เช่น ออสเตรียอยากจะเอาพื้นที่ ไซลีเซียคืนจากปรัสเซีย ซึ่งปรัสเซียมาเป็นพันธมิตรกับอังกฤษ สเปนซึ่งปกครองด้วยราชวงศ์บูร์บองเดียวกับฝรั่งเศสก็ฉวยโอกาสบุกโปรตุเกส ในเอเชียนั้นพวกโมกุลในอินเดียก็อยากให้ฝรั่งเศสช่วยปลดตัวเองออกจากอำนาจของอังกฤษ ฯลฯ
มั่วกันน่าดู...
แต่ฝรั่งเศสแพ้สงครามค่ะ จึงมีการเปลี่ยนพื้นที่ครอบครองระหว่าง อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส หลายแห่ง
อังกฤษผู้ชนะได้พื้นที่ของฝรั่งเศสและของสเปนในอเมริกาส่วนหนึ่ง แต่ยกเว้นหลุยเซียนา
สงครามครั้งนี้แหละที่อังกฤษสามารถลดความยิ่งใหญ่และความเวอร์ของฝรั่งเศสที่ได้ส่งออกวัฒนธรรมแวร์ซายส์ทำให้ราชสำนักต่างๆ และคนยุโรปมากมายที่คลั่งไคล้ลงไปได้
แต่เรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่งกลับมาบานปลายขึ้นในจานอาหารของคนฝรั่งเศสซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระแสและรสนิยมการกินอาหารในโลกครั้งสำคัญในเวลาต่อมาค่ะ
ในสงครามครั้งนั้น นายทหารเสนารักษ์ฝรั่งเศสชื่อ Antoine Augustin Parmentier ซึ่งอยู่ในกองทัพฝรั่งเศส ขึ้นไปรบที่ฮันโนเวอร์ถูกจับเป็นเชลยและไปติดคุกที่ปรัสเซีย ในช่วงที่ถูกจับและจำคุกอยู่นั้น พวกปรัสเซียเลี้ยงดูพวกเชลยอย่างสมราคา คือ
นำอาหารที่คนฝรั่งเศสใช้เลี้ยงหมูให้กิน
นั่นคือมันฝรั่งค่ะ...
คุกปรัสเซียได้กลายเป็นห้องทดลองทางชีววิทยาครั้งสำคัญ Antoine-Augustin Parmentier อยู่ในคุกปรัสเซีย ก็เห็นว่าตนเองกับนักโทษคนอื่นกินมันฝรั่งแล้วไม่ยักกะตายทั้งๆ ที่เชื่อกันว่ามีพิษ
หลังจากถูกปล่อยจากปรัสเซียก็ได้ศึกษาและวิจัยมันฝรั่งอยู่อีกช่วงหนึ่ง และขณะนั้นเหตุการณ์ในฝรั่งเศสกำลังข้าวยากหมากแพง มีวิกฤตการณ์ซ้ำเติมจากภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ระเบิดส่งเถ้าธุลีไปบังแสงพระอาทิตย์มืดมัวไปทั่วยุโรปถึงอเมริกา ไม่สามารถปลูกพืชในหน้าร้อนไว้เป็นอาหารได้ ส่งผลต่อเนื่องให้ฝรั่งเศสขาดแคลนอาหาร และเดินหน้าเข้าสู่การปฏิวัติใหญ่
Antoine Augustin Parmentier เห็นว่ามันฝรั่งนี่แหละจะทำให้คนฝรั่งเศสพ้นจากความอดอยาก
ความคิดของเขาในขณะนั้นมีอยู่ 2 อย่างที่จะช่วยให้คนฝรั่งเศสทุเลาจากภาวะขาดแคลนอาหารคือ
1.ทำอย่างไรให้คนฝรั่งเศสหันมากินมันฝรั่ง
2.ทำอย่างไรให้คนฝรั่งเศสหันมาปลูกมันฝรั่ง
ในข้อแรกนั้นเขาต้องทำลายกำแพงแห่งความเชื่อในการเปลี่ยนจากอาหารสัตว์มาเป็นอาหารคนเสียก่อน และเนื่องจากเขาและนักโทษฝรั่งเศสที่ไปติดคุกในปรัสเซียต่างก็เป็นกลุ่มตัวอย่างที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า มันฝรั่งเป็นอาหารที่คนกินแล้วไม่ตาย และไม่ได้ทำให้เป็นโรคใดๆ และงานวิจัยในห้องทดลองที่เขาทำต่อมาเห็นว่า เป็นอาหารที่เทียบเคียงข้าวและอาหารประเภทแป้งได้
เขาและเพื่อนๆ เป็นตัวอย่างที่ยืนยันได้ว่ารอดตายจากคุกปรัสเซียมาได้เพราะกินมันฝรั่งเป็นอาหาร
เรื่องนี้เป็นการใช้หลักการสื่อสารตรงกับเวลาที่ฝรั่งเศสขาดแคลนอาหารพอดี คนจึงให้ความสนใจอย่างมาก
ส่วนการทำอย่างไรให้คนฝรั่งเศสหันมาปลูกมันฝรั่งกินเขามีวิธีที่เด็ดมากขึ้นไปอีก
คือได้ไปขอพื้นที่จากกษัตริย์หลุยส์ 16 แปลงใหญ่เพื่อปลูกมันฝรั่งในทำนองสวนพฤกษศาสตร์ ก็ได้รับพระราชทานที่ดินมาแห่งหนึ่งขนาดใหญ่มาก เทียบได้กับพื้นที่บ้านเราก็ประมาณ 100 ไร่ ประกาศว่าเพื่อเป็นแปลงปลูกมันฝรั่งหวงห้าม (ทำนองนั้น)
การประกาศไว้อย่างนี้สร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ทดลองอย่างมาก ซ้ำให้ทางการจัดทหารมาเฝ้ายามเพื่อป้องกันคนขโมยมันฝรั่งในแปลงทดลอง ทำให้เป็นเขตหวงห้ามดูเข้มงวดเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้นไปอีก
แต่นั่นเป็นแผนการค่ะ...
จากนั้นให้แพร่ข่าวเขตหวงห้าม ออกไป โดยแกก็แอบไปให้คนซุบซิบกันว่า หากใครอยากได้พันธุ์มันฝรั่งไปปลูกก็ให้ไปขโมยในแปลงปลูกมันฝรั่งหลวงตอนกลางคืน เพราะทหารไม่อยู่
เพราะในความเป็นจริงนั้นแกต้องการให้คนมาขโมยมันฝรั่งไปปลูกกินเป็นอาหาร
นี่เป็นวิธีการแพร่พันธุ์มันฝรั่งของ Antoine-Augustin Parmentier ความคิดเขายิ่งใหญ่และมีบุญคุณต่อคนฝรั่งเศสมากค่ะ...
ส่วนในแวร์ซายส์นั้น มันฝรั่งกลายเป็นพืชยอดฮิต ขนาดว่าพระนางมารี อ็องตัวเน็ต ยังนำต้นมันฝรั่งมาประดับทรงผม ซึ่งก็รู้กันนะคะว่า
อะไรที่เกิดในแวร์ซายส์นั้นอีกไม่กี่วัน จะต้องป็นเรื่องที่ซุบซิบให้แซ่ดเป็นพลุแตกไปทั่วยุโรป
นั่นแหละค่ะที่เป็นจุดเปลี่ยนของมันฝรั่ง แล้วมันฝรั่งก็ได้กระจายพันธุ์กลายเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในฝรั่งเศสมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่บัดนั้น
หากใครไปปารีสวันนี้ ให้ขึ้นไปนั่ง Paris MMtro สาย 3 จะเห็นสถานี MMtro แห่งหนึ่งชื่อว่า Parmentier ซึ่งอยู่ระหว่างสถานี RMpublique กับ Rue Saint-Maur
นั่นเป็นชื่อบุคคลที่ได้ช่วยให้คนฝรั่งเศสรอดจากความอดอยากด้วยการทำให้คนฝรั่งเศสหันมาปลูกและกินมันฝรั่งในวิกฤตการอาหาร และเป็นการตรึงมันฝรั่งไว้ให้อยู่ในจานอาหารของคนฝรั่งเศสทุกวันนี้
ทั้งหมดทั้งปวงนั้นคือวิธีการแก้วิกฤตอย่างแยบยลของ Antoine-Augustin Parmenter เภสัชกร และนักพฤกษศาสตร์ฝรั่งเศส
ผู้เปลี่ยนมันฝรั่ง...อาหารในคอกหมูให้กลายมาเป็นอาหารบนโต๊ะหรูสำหรับชาวฝรั่งเศสโดยแท้







