
อันบังเจอกำแพง
การคุมเข้มของการไหลเข้าออกเงินทุนของจีน ส่งผลให้จีนเข้าไปลงทุนโดยตรงในต่างชาติน้อยลงถึง 30.1% ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ใน 3 เดือนแรกของปีนี้การลงทุนในรูปแบบดังกล่าวลดลง 48.8% การคุมเข้มดังกล่าวดังกล่าวยังส่งผลถึงการออกจากการเข้าไป “ช็อปปิ้ง” กิจการในต่างชาติของจีนอีกด้วย โดยจากข้อมูลของธอมสัน รอยเตอร์ส การควบรวมกิจการจากเอกชนเอเชียแปซิฟิกร่วงลงมา 39% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 อยู่ที่ 1.76 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นมูลค่าที่น้อยที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี จากการยกเลิกดีลของเอกชนจีน บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของจีน อันบัง อินชัวแรนซ์ กรุ๊ป เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งไม่ได้เผชิญเพียงการคุมเข้มของจีนเท่านั้น แต่ยังเผชิญกับ “แรงต้าน” จากสหรัฐด้วยอังบังโดนล้มดีลอีกครั้งในกรณีเข้าซื้อฟิเดลลิตี แอนด์ การันตี บริษัทประกันในสหรัฐ มูลค่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.6 หมื่นล้านบาท) แม้ดีลดังกล่าวจะตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 2015 ที่ผ่านมา โดยฟิเดลลิตี แอนด์ การันตี ระบุว่า การควบรวมกิจการ ดังกล่าวไม่ได้เป็นผลประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ถือหุ้นอีกต่อไปโดยไม่ได้ให้ร
การคุมเข้มของการไหลเข้าออกเงินทุนของจีน ส่งผลให้จีนเข้าไปลงทุนโดยตรงในต่างชาติน้อยลงถึง 30.1% ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ใน 3 เดือนแรกของปีนี้การลงทุนในรูปแบบดังกล่าวลดลง 48.8%
การคุมเข้มดังกล่าวดังกล่าวยังส่งผลถึงการออกจากการเข้าไป “ช็อปปิ้ง” กิจการในต่างชาติของจีนอีกด้วย โดยจากข้อมูลของธอมสัน รอยเตอร์ส การควบรวมกิจการจากเอกชนเอเชียแปซิฟิกร่วงลงมา 39% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 อยู่ที่ 1.76 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นมูลค่าที่น้อยที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี จากการยกเลิกดีลของเอกชนจีน
บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของจีน อันบัง อินชัวแรนซ์ กรุ๊ป เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งไม่ได้เผชิญเพียงการคุมเข้มของจีนเท่านั้น แต่ยังเผชิญกับ “แรงต้าน” จากสหรัฐด้วย
อังบังโดนล้มดีลอีกครั้งในกรณีเข้าซื้อฟิเดลลิตี แอนด์ การันตี บริษัทประกันในสหรัฐ มูลค่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.6 หมื่นล้านบาท) แม้ดีลดังกล่าวจะตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 2015 ที่ผ่านมา โดยฟิเดลลิตี แอนด์ การันตี ระบุว่า การควบรวมกิจการ ดังกล่าวไม่ได้เป็นผลประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ถือหุ้นอีกต่อไปโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ส รายงานว่า ดีลดังกล่าวไม่ผ่านกฎการกำกับดูแลบางข้อของสหรัฐ ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทของเจเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเคยอยู่ระหว่างพูดคุยกับอันบัง ให้ช่วยพัฒนาอาคารสำนักงานในย่านแมนฮัตตัน แต่ต้องยกเลิกไปในท้ายที่สุด
การยกเลิกดีลกับคุชเนอร์เกิดขึ้นด้วย 2 เหตุผลหลัก คือ ผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากคุชเนอร์เป็นที่ปรึกษาให้กับทรัมป์ และอีกประการ คือ แม้ดีล ดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงถึง 2,850 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) แต่บริษัทของคุชเนอร์จะได้ประโยชน์เพียง 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 หมื่นล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งสร้างความกังวลว่า บริษัทของคุชเนอร์จะตกเป็นของชาวจีนไปในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ อันบังยังเคยพลาดดีลที่ใหญ่มาแล้วครั้ง นั่นคือการยอมแพ้ต่อการเข้าซื้อ สตาร์วูด โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท เครือโรงแรมรายใหญ่ เนื่องจากการแข่งขันสูงและกินเวลามากเกินไป ซึ่งขณะนั้นอันบังเสนอมูลค่าสูงถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.9 แสนล้านบาท) ก่อนแมริออทจะคว้าไปด้วยมูลค่า 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.5 แสนล้านบาท)
ไม่ใช่แต่จีนเพียงฝ่ายเดียวที่เจอกำแพงในการเจาะสหรัฐ แต่เอกชนสหรัฐเองก็ประสบปัญหาในการเข้าสู่ตลาดจีน โดยล่าสุดหอการค้าอเมริกันในจีนเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐดำเนินมาตรการทุกรูปแบบเพื่อให้เอกชนสหรัฐสามารถแข่งขันอย่างเท่าเทียมในตลาดจีนได้ หลังจีนมีนโยบายที่สนับสนุนธุรกิจของประเทศตัวเอง และมีพื้นที่เหลือน้อยให้กับบริษัทต่างชาติ







