
จีนโตร้อนแรง หวั่นซ้ำปัญหาเดิม
จีนประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรกเติบโตร้อนแรงนับตั้งแต่ปี 2015 ด้วยการขยายตัวถึง 6.9% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.8% และมากกว่าเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปีนี้ที่ตั้งเป้าเอาไว้ที่ราว 6.5%การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและตลาดบ้านขยายตัวอย่างร้อนแรง ซึ่งเป็นแรงหนุนช่วยให้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการผลิตเหล็กที่พุ่งสูงทำสถิติเมื่อเดือน มี.ค. สร้างความกังวลว่า เศรษฐกิจจีนจะกลับไปพึ่งพาการใช้แรงขับเคลื่อนแบบ “เก่า” ซึ่งคือการผลักดันด้วยหนี้และการผลิตการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรไม่นับพื้นที่ชนบทของจีนขยายตัวขึ้น 9.2% ในช่วงไตรมาสแรก ตามหลังการขยายตัว 8.1% เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น 9.1% และการสร้างบ้านใหม่คิดตามขนาดพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.6% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยแค่เดือน มี.ค.เพียงเดือนเดียว การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้นถึง 9.4%การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังมาพร้อมกับราคาบ้านที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาบ้านใหม่ใน 56 เมืองหลักจาก 70 เมือง ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อเ
จีนประกาศตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรกเติบโตร้อนแรงนับตั้งแต่ปี 2015 ด้วยการขยายตัวถึง 6.9% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.8% และมากกว่าเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปีนี้ที่ตั้งเป้าเอาไว้ที่ราว 6.5%
การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและตลาดบ้านขยายตัวอย่างร้อนแรง ซึ่งเป็นแรงหนุนช่วยให้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการผลิตเหล็กที่พุ่งสูงทำสถิติเมื่อเดือน มี.ค. สร้างความกังวลว่า เศรษฐกิจจีนจะกลับไปพึ่งพาการใช้แรงขับเคลื่อนแบบ “เก่า” ซึ่งคือการผลักดันด้วยหนี้และการผลิต
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรไม่นับพื้นที่ชนบทของจีนขยายตัวขึ้น 9.2% ในช่วงไตรมาสแรก ตามหลังการขยายตัว 8.1% เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น 9.1% และการสร้างบ้านใหม่คิดตามขนาดพื้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.6% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยแค่เดือน มี.ค.เพียงเดือนเดียว การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้นถึง 9.4%
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังมาพร้อมกับราคาบ้านที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาบ้านใหม่ใน 56 เมืองหลักจาก 70 เมือง ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับราคาในเดือน ม.ค. หรือปรับขึ้น 67 เมือง จาก 70 เมือง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับขึ้นดังกล่าว ยังมาในช่วงที่จีนพยายามควบคุมการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์มานับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2016 เช่น การขึ้นค่าดาวน์ขั้นต่ำในบางเมืองที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้นอย่างรุนแรง และตั้งมาตรการให้คู่สมรสที่หย่ากันไม่ถึง 1 ปี เป็นผู้ซื้อบ้านหลังที่สองซึ่งต้องจ่ายเงินดาวน์ราว 60-80% สูงกว่าผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ 35% ในกรุงปักกิ่ง รวมถึงสั่งให้แบงก์พาณิชย์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อใหม่
ความเสี่ยงในฟองสบู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังส่งผลให้การก่อหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หนี้ครัวเรือนระยะกลางและระยะยาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปรับตัวขึ้นเป็น 4.5 แสนล้านหยวน (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) หลังแตะระดับสูงสุดทำสถิติเมื่อเดือน ม.ค.ที่ 6.29 แสนล้านหยวน (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) แม้ปริมาณหนี้ใหม่จะขยายตัวช้าลงอยู่ที่ 1.02 ล้านล้านหยวน (ราว 5 ล้านล้านบาท)
“ความแข็งแกร่งที่ปรากฏชัดในการขยายตัวของจีดีพีจีน ทำให้เกิดคาดการณ์ไปว่าความตึงเครียดทางเศรษฐกิจมหภาคกำลังเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับความตึงตัวในระบบการเงิน ซึ่งได้รับแรงเสริมจากหนี้เอกชนปริมาณมากที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเกิดฟองสบู่” เอชวาร์ ปราสาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจีนจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ กล่าว
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ยังได้รับอานิสงส์มาจากการประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ “เซียงอาน นิว แอเรีย” ในมณฑลเหอเป่ย โดยความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้นยังไปผลักดันแรงซื้อและราคาของเหล็กที่ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วราว 10% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนปรับขึ้น 7.6% เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.3% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการผลิตเหล็กที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนเดียวกันเป็น 72 ล้านตัน ทำสถิติรอบเดือนสูงสุดตลอดกาล
แม้การผลิตเหล็กที่เพิ่มขึ้นจะสอดคล้องกับความต้องการของตลาด แต่ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า จีนจะไม่ทำตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ในการลดการผลิตเหล็กในช่วง 3-5 ปีข้างหน้านี้ ให้ได้ราว 100-150 ล้านตัน หลังการผลิตดังกล่าวล้นตลาดมาอย่างยาวนานจนทำให้ราคาเหล็กถูกลง และส่ง ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของจีนในครั้งนี้ยังมีส่วนที่ช่วยให้คลายความกังวลไปได้บ้าง เนื่องจากการบริโภค ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ “ใหม่” คิดเป็นสัดส่วน 77.2% ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เมื่อเทียบกับ 64.6% เมื่อปีก่อน ขณะที่ค้าปลีกปรับตัวขึ้นเช่นกัน 10.9% ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับคาดการณ์ที่ 9.7%
ขณะเดียวกัน ยอดขายบ้านใหม่คิดตามพื้นที่ในเดือน มี.ค.ปรับลดลง 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีก่อน ส่งผลให้ยอดขายดังกล่าวชะลอตัวลงเป็น 19.5% เมื่อเทียบกับเติบโต 25.1% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้
“มาตรการคุมเข้มล่าสุดประกาศใช้ในช่วงหลังวันที่ 17 มี.ค. เพราะฉะนั้นผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงราคาบ้าน อาจเริ่มเห็นผลในช่วงเดือน เม.ย.หรือหลังจากนี้” เหมาเฉิงหยง โฆษกของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) กล่าว
การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะหนุนจีดีพีของประเทศอื่นๆ ในเอเชีย-แปซิฟิกได้เช่นกัน รวมถึงยังช่วยให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น เป็นผลดีกับประเทศส่งออกสินค้า ดังกล่าว แต่ขึ้นกับว่าจีนจะประคองการขยายตัวโดยใช้รูปแบบ “เก่า” ไปได้อีกนานแค่ไหนกว่ารูปแบบ “ใหม่” จะสามารถเข้าแทนที่ได้อย่างยั่งยืน







