
ห้างหันรุกนักช็อปซีแอลเอ็มวี
ห้างไทยปรับการทำตลาดมุ่งกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หลังกำลังซื้อคนกรุงขยายตัวไม่ทันนายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟวิลเลจ เปิดเผยว่า จากจำนวนห้างค้าปลีกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคโตเล็กน้อยไม่ทันพื้นที่ค้าปลีกที่เพิ่ม ส่งผลให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกต้องปรับแผนการทำตลาด ด้วยการหันไปขยายกลุ่มเป้าหมายในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งกลุ่มประเทศที่ให้ความสนใจเข้าไปทำตลาดเป็นพิเศษ คือ ซีแอลเอ็มวีทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกให้ความสนใจเข้าไปขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่ชื่นชอบการเข้ามาช็อปปิ้งในไทย เนื่องจากห้างค้าปลีกของไทยมีความสวยงาม มีสินค้าและบริการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นในด้านของสินค้าแฟชั่น หรืออาหารนอกจากนี้ ค่าเดินทางในการเข้ามาช็อปปิ้งและพักผ่อนในไทยยังไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ และยุโรป จึงทำให้ลูกค้าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีเลือกที่จะเข้ามาช็อปปิ้งในประเทศไทย และจากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว จะเห็นได้ว่าปัจจุบันเริ่มม
ห้างไทยปรับการทำตลาดมุ่งกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หลังกำลังซื้อคนกรุงขยายตัวไม่ทัน
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟวิลเลจ เปิดเผยว่า จากจำนวนห้างค้าปลีกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคโตเล็กน้อยไม่ทันพื้นที่ค้าปลีกที่เพิ่ม ส่งผลให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกต้องปรับแผนการทำตลาด ด้วยการหันไปขยายกลุ่มเป้าหมายในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งกลุ่มประเทศที่ให้ความสนใจเข้าไปทำตลาดเป็นพิเศษ คือ ซีแอลเอ็มวี
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกให้ความสนใจเข้าไปขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่ชื่นชอบการเข้ามาช็อปปิ้งในไทย เนื่องจากห้างค้าปลีกของไทยมีความสวยงาม มีสินค้าและบริการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นในด้านของสินค้าแฟชั่น หรืออาหาร
นอกจากนี้ ค่าเดินทางในการเข้ามาช็อปปิ้งและพักผ่อนในไทยยังไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ และยุโรป จึงทำให้ลูกค้าในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีเลือกที่จะเข้ามาช็อปปิ้งในประเทศไทย และจากความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว จะเห็นได้ว่าปัจจุบันเริ่มมีห้างค้าปลีกทำการตลาด ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ากลุ่มประเทศดังกล่าว
ปัจจุบันไทยสามารถขึ้นเป็นผู้นำในด้านของการช็อปปิ้งในระดับกลางและล่างแทนที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับการช็อปปิ้งในระดับบนของกลุ่มสินค้าลักซ์ชัวรี ประเทศไทยยังคงเป็นรองฮ่องกง สิงคโปร์ และยุโรป เนื่องจากราคาขายกลุ่มสินค้าดังกล่าวยังมีราคาค่อนข้างสูงตามกำแพงภาษีที่ถูกเรียกเก็บ ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ห้างค้าปลีกต่างออกมาเรียกร้องภาครัฐให้ลดภาษีนำเข้ากลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อดึงนักช็อปสินค้าลักซ์ชัวรี่เข้าไทย
"หากภาครัฐมีการลดกำแพงภาษีนำเข้ากลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยตามที่กลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกร้องขอ เชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาช็อปปิ้งในประเทศไทยมากขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มคนไทยที่ปัจจุบันยังคงเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อช็อปปิ้งสินค้าดังกล่าว" นายเกรียงไกร กล่าว
สำหรับปัญหาช็อปปิ้งออนไลน์ที่กระทบให้ห้างในต่างประเทศหลายแห่งต้องปิดกิจการไปนั้น มองว่าไม่น่าเกิดขึ้นกับไทย เนื่องจากคนไทยยังต้องการเห็น สัมผัสสินค้า และพบปะพูดคุย นอกจากนี้ห้างไทยยังมีความสวยงามและสร้างประสบการที่ดีให้กับลูกค้า







