
เร่งดันยุทธศาสตร์ชาติ
“บิ๊กตู่” สั่งทุกหน่วยงานทำแผนปฏิบัติการ ระยะ 1 ปี สภาพัฒน์เพิ่ม 200 อัตรา รองรับยุทธศาสตร์ชาติแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไม่นานมานี้ ให้ทุกส่วนราชการจัดทำแผนการปฏิบัติงานในกรอบระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2560-31 มี.ค. 2561 โดยให้ระบุแผนงานสำคัญๆ ที่จะดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงพัฒนาในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคมนาคม เกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เศรษฐกิจดิจิทัล การศึกษา วิจัยและนวัตกรรมสำหรับแผนปฏิบัติการทั้งหมดต้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและประเด็นการปฏิรูปประเทศ และแผนดังกล่าวจะต้องกำหนดเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในระยะทุกๆ 3 เดือน และระยะ 1 ปี เพื่อให้สามารถติดตามประเมินผลการดำเนินการได้ นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ สศช.จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ขอเพิ่มอัตรา
“บิ๊กตู่” สั่งทุกหน่วยงานทำแผนปฏิบัติการ ระยะ 1 ปี สภาพัฒน์เพิ่ม 200 อัตรา รองรับยุทธศาสตร์ชาติ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไม่นานมานี้ ให้ทุกส่วนราชการจัดทำแผนการปฏิบัติงานในกรอบระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2560-31 มี.ค. 2561 โดยให้ระบุแผนงานสำคัญๆ ที่จะดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงพัฒนาในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคมนาคม เกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เศรษฐกิจดิจิทัล การศึกษา วิจัยและนวัตกรรม
สำหรับแผนปฏิบัติการทั้งหมดต้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและประเด็นการปฏิรูปประเทศ และแผนดังกล่าวจะต้องกำหนดเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในระยะทุกๆ 3 เดือน และระยะ 1 ปี เพื่อให้สามารถติดตามประเมินผลการดำเนินการได้
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ สศช.จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ขอเพิ่มอัตรากำลังคน 200 อัตรา ส่วนหนึ่ง สศช.จะจัดสรรกำลังคนที่ได้รับเพิ่มไปทำงานในภารกิจการปฏิรูปประเทศ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งเพิ่มตำแหน่งในสำนักงานภาคของ สศช.ที่มีอยู่ 4 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาเชิงพื้นที่เพิ่มขึ้น โดย สศช.จะต้องมีบทบาทในการเสนอแนะเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานบริหารระดับจังหวัดตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
“หลังสงกรานต์นี้จะหารือกับ ก.พ.ร.กับ ก.พ. ในการขอเพิ่มกำลังคนจากเดิมที่ สศช.มีอยู่ 600 คน ให้เพิ่มขึ้นอีก 200 คน เพื่อให้เพียงพอรองรับกับภารกิจระดับชาติเกี่ยวกับการปฏิรูปและวางยุทธศาสตร์ชาติ” นายปรเมธี กล่าว







