
8ผู้ต้องหาเครือข่ายโชกุน ปฏิเสธทุกข้อหา ยันไม่ได้หลอกลวง
ทหารคุม 8 ผู้ต้องหาเครือข่ายโชกุนส่งกองปราบดำเนินคดี ขณะที่ทั้ง 8 คน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหายืนยันไม่ได้หลอกลวง
ทหารคุม 8 ผู้ต้องหาเครือข่ายโชกุนส่งกองปราบดำเนินคดี ขณะที่ทั้ง 8 คน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหายืนยันไม่ได้หลอกลวง
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) รับมอบตัวผู้ต้องหาเครือข่าย น.ส.พสิษฐ์ หรือ โชกุน อริญชย์ลาภิศ รวม 8 คน จากเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจกองปราบดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและอั้งยี่ซ่องโจร หลังถูกควบคุมตัวตาม มาตรา44
ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 8 คน มีดังนี้ 1. นางมณฑญาณ์ นิรันดร อายุ 55 ปี มารดาของ น.ส.พสิษฐ์ 2. นายก้องศรัณย์ แสงประภา อายุ 22 ปี 3. น.ส.ทัศย์ดาว สมัครกสิกรรณ์ อายุ 35 ปี 4. นางประนอม พลานุสนธิ์ อายุ 40 ปี 5. นางณิชมน แสงประภา อายุ 64 ปี 6. นางพารินธรญ์ หงษ์หิรัญ ดัคกอร์ อายุ 35 ปี 7. น.ส.สุดารัตน์ เอนกนวล อายุ 25 ปี 8. นายโกวิท ช่วยสัตว์ อายุ 30 ปี
อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การในชั้นศาล รวมทั้งยืนยันว่า น.ส.พสิษฐ์ ไม่ได้หลอกลวงประชาชน
ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะสอบปากผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อหาความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์กับ น.ส.พสิษฐ์ และธุรกิจทัวร์ หากหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะดำเนินการตามกฎหมาย แต่จะมีความเชื่อมโยงกับนายทุนฮ่องกงที่ น.ส.พสิษฐ์ อ้างว่าเป็นนายทุนในการทำธุรกิจอาหารเสริมและท่องเที่ยวนั้นหากหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง ก็พิจารณาขอศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มเติมต่อไป
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการยึดทรัพย์สินของโชกุน มูลค่ากว่า 17รายการ มูลค่ากว่า12ล้านบาท เช่น คอนโดมิเนียม รถยนต์ ส่วนบัญชีเงินฝากมูลค่ากว่า3,000,000บาท อยู่ระหว่างอายัดเพื่อตรวจสอบและหากกระบวนการสอบปากคำทั้ง8คนเสร็จสิ้นภายในวันนี้ พนักงานสอบสวน ก็จะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังต่อไป
ขณะที่ นางมณฑญาณ์ กล่าวว่า ขอปฏิเสธข้อกล่าวหา เพราะไม่ได้เชิญชวนใคร ถ้าไปดูในเฟซบุ๊กส่วนตัวจะเห็นว่าตนอยากจะช่วยเหลือคนที่ฐานะยากไร้ ประสบความเดือดร้อน ถ้าคุณเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัท เวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด แล้ว ก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดี เพียงแต่ว่าคุณต้องเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน และเป็นคนดี ไม่ใช้อำนาจทำให้ใครเดือดร้อน ส่วนกรณีที่มีการชักชวนให้ผู้เสียหายสมัครเป็นสมาชิกบริษัทนั้น ตนไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้มีหน้าที่ตรงนี้ ตนเป็นแค่มารดาของซินแสโชกุนเท่านั้น และขอยืนยันว่าบริษัท เวลล์ เอฟเวอร์ ไม่ได้ขายทัวร์ สำหรับการนำไปเที่ยวนั้น เพียงแค่ต้องการให้โอกาสกับคนที่ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย เพราะยากจน
นางมณฑญาณ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีภาพตนปรากฏอยู่บนเครื่องบินเช่าเหมาลำ นั้น เป็นเพราะบุตรสาวอ้างว่าทำธุรกิจรับส่งนักธุรกิจโดยมีเครื่องบินเช่าเหมาลำทั้งหมด 8 ลำ เส้นทางระหว่างมาเก๊า-ฮ่องกง โดยไม่รู้ว่าบุตรสาวเป็นเจ้าของเอง หรือเป็นเพียงแค่หุ้นส่วนเท่านั้น ส่วนคนที่ตนเคยเชิญชวนให้ร่วมเดินทางท่องเที่ยว มีอยู่ 2 คน เขาไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายจำนวน 9,730 บาท คนหนึ่งมีเพียง 5,000 บาท อีกคนมีเพียง 1,000 บาท และตนจึงออกเงินให้ก่อน เพราะแค่ต้องการช่วยเท่านั้น
อย่างไรก็ตามสำหรับนักธุรกิจชาวฮ่องกงนั้น ตนก็ได้ข้อมูลมาจากบุตรสาว ว่าจะเป็นผู้ดูแล จองเครื่องบิน และดำเนินการต่างๆให้ ซึ่งตนก็ไม่เคยเจอตัวจริง และไม่เคยได้พูดคุย เคยเห็นแต่ในรูปถ่ายเท่านั้น ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจต่างๆนั้น ตนไม่ทราบเรื่องและไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ยังเชื่อว่าลูกของตนไม่เคยหลอกลวงใครแน่นอน







