
เข้มจราจรต่อเนื่อง
สถิติอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ซึ่งผ่านไปกว่าครึ่งทางแล้ว 4 วัน
สถิติอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ซึ่งผ่านไปกว่าครึ่งทางแล้ว 4 วัน (วันที่ 11-14 เม.ย.) ที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและการเสียชีวิต ลดลงเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้องยอมรับว่าสาเหตุหลักครั้งนี้มาจากการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจังจากหน่วยงานรัฐ แม้จะมีปัจจัยอื่น เช่น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยควบคุม การสร้างเงื่อนไขในการเล่นน้ำ อาทิ ลดเวลาเล่นน้ำเหลือแค่ 2 ทุ่ม หรือยังอยู่ในช่วงแสดงความไว้อาลัยอาจเป็นปัจจัยช่วยให้อุบัติเหตุลดลง
จากตัวเลขที่ลดอย่างเห็นได้ชัดดังกล่าว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐ ควรจะต้องเดินหน้าการบังคับใช้กฎหมายจราจรต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องติดอันดับต้นๆ ของโลกในการเกิดอุบัติตามที่บางเว็บไซต์รายงาน และในช่วงเริ่มต้นของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ที่รัฐอาจจะเสียสูญไปบ้าง ต้องผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมาย ด้วยการเลื่อนให้รถปิกอัพสามารถนั่งในส่วนของแค็บและกระบะหลังได้รวมกันไม่เกิน 6 คน แต่ห้ามนั่งขอบกระบะจนทำให้การเกิดอุบัติเหตุช่วงต้นของ 7 วันอันตรายตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุการเสียชีวิตค่อนข้างจะสูง แต่หลังจากที่รัฐตั้งหลักได้ ทำให้กว่าครึ่งทาง 4 วัน ตัวเลขกลับมาลดลง
ตามรายงานของข้อมูลอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนกระทรวงคมนาคมวันที่ 11-14 เม.ย. 2560 พบว่า ปี 2560 เกิดอุบัติเหตุ 926 ครั้ง ลดลง 8.86% จากปี 2559 เกิดอุบัติเหตุ 1,016 ครั้ง ยอดผู้บาดเจ็บปี 2560 จำนวน 1,044 คน ลดลง 20.31% จากปี 2559 จำนวน 1,310 คน และผู้เสียชีวิตปี 2560 รวม 133 คน ลดลง 23.12% จากปี 2559 จำนวน 173 คน
ขณะที่สถิติอุบัติเหตุเฉพาะของวันที่ 15 เม.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนปี 2560 สรุปตัวเลขวันเริ่มเดินทางกลับวันแรก เกิดอุบัติเหตุ 600 ครั้ง เสียชีวิต 53 คน ลดลงจากปีก่อน 32.91% ผู้บาดเจ็บ 634 คน โดยสาเหตุสูงสุด 3 อันดับแรกจากการเมาแล้วขับ 269 ครั้ง ขับรถเร็ว 149 ครั้ง และตัดหน้ากระชั้นชิด 88 ครั้ง ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 518 คัน รถปิกอัพ 44 คัน แยกเป็นรถส่วนบุคคล 558 คัน รถโดยสารสาธารณะ 34 คัน รถบรรทุก 3 คัน
ภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ผลการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทำให้แนวโน้มสถิติการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและการเสียชีวิตช่วงสงกรานต์ครั้งนี้น่าจะลดลง หากในช่วงขากลับบ้านยังบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่วนสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุหลักยังมาจากการเมาแล้วขับ การขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด ขณะที่สาเหตุทำให้บาดเจ็บมากหรือเสียชีวิต ยังมาจากเมาแล้วขับ ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่สวมหมวกกันน็อก ซึ่งเป็นเหตุผลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
เมื่อการเข้มข้นใช้กฎหมายได้ผลเช่นนี้ จึงนับเป็นการแก้ปัญหาที่มาถูกทาง และอยากจะให้รัฐบาลเดินหน้าพิจารณาการใช้กฎหมายการจราจรอื่นๆ รวมทั้งการบังคับใช้รถปิกอัพหรือรถกระบะที่มีการเลื่อนห้ามนั่งแค็บและกระบะหลัง ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบน่าจะหามาตรการออกมาควบคุม ที่เป็นประโยชน์ทั้งความปลอดภัยในการจราจร และไม่เกิดความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยที่ใช้รถกระบะทำมาหากินได้ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ประเทศไทย หลุดจากประเทศในอันดับต้นๆ ของโลกที่มีการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตได้







