posttoday
ซ้อมใหญ่

ซ้อมใหญ่

16 เมษายน 2560

อาการปวดฟัน หนักหนาสาหัสเพียงใด คนส่วนใหญ่คงผ่านประสบการณ์มาบ้างแล้ว มีเรื่องเล่าว่าเคยมีคนฆ่าตัวตายโดยทิ้งจดหมายไว้

โดย...นาม ไร้นาม เครือข่ายพุทธิกา http://budnet.org

อาการปวดฟัน หนักหนาสาหัสเพียงใด คนส่วนใหญ่คงผ่านประสบการณ์มาบ้างแล้ว มีเรื่องเล่าว่าเคยมีคนฆ่าตัวตายโดยทิ้งจดหมายไว้ บอกเหตุผลที่ฆ่าตัวตายก็เพียงแค่ปวดฟันเท่านั้น  เรื่องนี้ดูจะอธิบายความเจ็บปวดของการปวดฟันได้ดีที่สุด

ปวดฟันคราวนี้ดูจะเป็นช่วงเวลายาวนานที่สุดในชีวิต แม้ไม่อยากจะกินยา แต่ก็ดูจะกลายเป็นเรื่องจำเป็นไป แม้จะเฝ้าดู แต่ก็ดูมันแทบจะไม่ไหวยังคงรู้สึกทุกข์ทรมานไม่น้อย หลายวันเข้า จึงเริ่มได้คิดว่า ทำไม เราไม่ถือเอาอาการปวดฟันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ เผื่อว่า วันหน้าเมื่อแก่เฒ่าไปมากกว่านี้ เราเจ็บป่วยด้วยโรคภัยที่ร้ายแรงกว่านี้ เราจะได้ยอมรับมันได้ เราจะได้คุ้นเคยกับความเจ็บปวดสาหัสมาบ้าง และพร้อมจะอยู่กับมัน

ว่าก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าสุขเวทนา หรือทุกขเวทนา เราล้วนหนีออกจากมันไม่ได้ อย่างไรเสีย ไม่วันใดก็วันหนึ่งภายหน้า เราจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสมากกว่านี้นัก และเมื่อวันนั้นมาถึง เราก็คงพอจะรับมือมันได้บ้าง ทั้งนี้ การซ้อมใหญ่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่รักษาเยียวยาตัวเอง ในสภาพที่มันยังรักษาได้อยู่ แต่ความรับผิดชอบต่อร่างกาย ก็เป็นเรื่องสำคัญพอกัน

หลายครั้งที่ความเจ็บป่วยสร้างความทุกข์ทรมานให้กับเราเพียงอย่างเดียว หากเมื่อมองไปที่ความป่วยไข้ของครูบาอาจารย์มากมาย เรากลับเรียนรู้ได้น้อย เราเอาจิตมาผูกติด หรือจดจ่ออยู่กับตัวเอง จนความทุกข์มันพอกพูนมากขึ้น จากกาย เป็นใจ เรียกว่ามันกลายเป็นความเจ็บไข้ของจิตวิญญาณก็คงได้ แต่หากเมื่อคนป่วยนั้นไม่ใช่ร่างกายของเราเอง เรากลับสาธยายความเจ็บเป็นธรรมได้อย่างไหลลื่น อย่างนี้เองที่จะบอกได้ว่า เราไม่เคยได้ใช้ความป่วยไข้ของตัวเราเองมาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ หรือเป็นสนามซ้อมใหญ่เอาเลย

เรื่องจริงอย่างหนึ่งก็คือ มันไม่ง่ายเลย ที่เราจะเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง นั่นก็ทำให้เราต้องรฤกรู้เสมอว่า เราต้องเรียนรู้แล้ว เรียนรู้อีก ซ้อมแล้วซ้อมอีก แม้ความป่วยไข้ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่เป็นไปได้ไหมว่า เมื่อเราหลีกเลี่ยงจากความป่วยไข้ไม่ได้แล้ว เราก็ควรจะยินดีในสภาวะเช่นนั้น เพื่อใช้มันเป็นการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือให้เราได้เข้าใจมัน อย่างน้อยก็ค่อยเพิ่มความเข้าใจทีละน้อยในทุกครั้งที่ป่วย ถ้าทำได้อย่างนี้ ก็คงเป็นเรื่องดีไม่น้อย

วาระสุดท้ายของแม่ เราคุยกันเรื่องความป่วยไข้บ่อยครั้ง เรื่องหนึ่งที่ออกจะเอามาใช้เพื่อปลอบใจเราเอง และแม่ด้วยว่า ไม่ได้มีเพียงเราเท่านั้นที่ป่วย คงจะเป็นเรื่องน่าน้อยใจ เศร้าใจ หากว่าเราเป็นเพียงคนเดียว หรือคนไม่กี่คนที่เจ็บป่วย แต่เราก็พบว่า ทุกคนก็ป่วยในช่วงเวลานั้น แม่ไม่ได้อยู่ในสนามซ้อมแล้ว แต่แม่อยู่ในสนามจริง สนามสุดท้ายที่แม่กำลังจะต้องจากไปอย่างแท้จริง แม่ก็รู้ความข้อนี้ และเราก็รู้อยู่พอกัน

เมื่อคราวติดตามข่าวคราว อาการป่วย และจากไปของหลวงพ่อที่เราเคารพ ยามที่เราปกติ เราฟังข้อความมากมายที่ท่านทั้งพูด และเขียนออกมา เราคิดว่าเราได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นแล้ว และเรายังเข้าใจด้วยว่า เราควรจะอยู่อย่างไรกับความเจ็บป่วยเมื่อมันเกิดขึ้น

กระไรเลย...มันเหมือนเราฟังทฤษฎีการขับรถ ตอนเด็กๆ เรารู้สึกว่ามันไม่ยากนักหรอก ถึงเวลาจริง เราก็คงทำได้ทันทีเลย แต่ไม่ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ ถึงเราจะรู้วิธีการขับรถอย่างละเอียด แต่การขับครั้งแรก มันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด นั่นเพราะการรับรู้นั้น เป็นการรับรู้ด้วยความคิด ไม่ใช่ร่างกาย

ความเข้าใจเรื่องความเจ็บป่วย จากถ้อยคำของหลวงพ่อก็เป็นเช่นเดียวกัน ดูเหมือนเราเข้าใจ สิ่งที่ท่านบอกสอน แต่พอถึงเวลาเจ็บจริง ความเข้าใจในถ้อยคำนั้นยังอยู่ แต่ร่างกายก็เจ็บปวดสาหัส เจ็บขึ้นมามากๆ ถ้อยคำทั้งหลายกลับปลาสนาการไปสิ้น เหมือนไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำ

ความน่าประหลาดของร่างกายของเราก็คือ เมื่อเราตั้งตัวได้ว่า เราจะถือเอาความเจ็บนี้เป็นการซ้อมใหญ่ พอเราตั้งใจเฝ้าดู เราก็ค่อยๆ เห็นมัน และเราก็อยู่กับมันได้มากขึ้น ความเจ็บปวดไม่ได้ลดลง สิ่งที่ลดลงกลับเป็นความทุกข์ใจของเราต่างหาก อย่างนี้จะเรียกว่า จิตวิญญาณของเราเริ่มทุเลาจากความเจ็บป่วยคงได้กระมัง

เรายังจะต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย และเจ็บปวดอีกมากมายในชีวิต หากเราฝึกฝนมากพอ ที่จะเฝ้าดูมันทั้งหมดนั้น เพื่อใช้เป็นพื้นที่ เป็นสนามการเรียนรู้ และซ้อมใหญ่ นั่นเองที่เราคงจะเปลี่ยนทุกขเวทนานั้นให้เป็นโอกาสอันดี ได้เห็นว่าในความทุกข์ก็ยังมีความน่ายินดีอยู่ด้วย หรืออย่างน้อยๆ ก็สามารถใช้ประโยชน์จากความเจ็บป่วยได้ อย่างไม่ให้มันสูญเปล่าไป

และทั้งหมดนี้ ก็เป็นความดี ที่เกิดขึ้นระหว่างความทุกขเวทนาจากการปวดฟันอย่างแสนสาหัสกระมัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท