posttoday
Hokkaido Snow Expo 7

Hokkaido Snow Expo 7

16 เมษายน 2560

หลังอาหารค่ำมื้อหนักหน่วงแล้ว ก็ได้เวลาพักผ่อน แต่ยังไงก็ขอไปแช่น้ำแร่ก่อนนอนสักรอบเพราะได้ยินมาว่า

หลังอาหารค่ำมื้อหนักหน่วงแล้ว ก็ได้เวลาพักผ่อน แต่ยังไงก็ขอไปแช่น้ำแร่ก่อนนอนสักรอบเพราะได้ยินมาว่าน้ำแร่ของที่นี่มีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมจากอิออน (ION) คนละตัวกับห้างอิออนที่นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่รู้จักกันดีนะครับ เจ้าอิออนที่ว่าหมายถึงอิออนประจุลบ เป็นอะตอมของออกซิเจนที่มีจำนวนอิเล็กตรอนมากกว่าโปรตอน มีคุณสมบัติที่ดีมากมาย อาทิ ขจัดมลพิษ ทำลายแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ ดังนั้นการแช่น้ำแร่ที่อุดมไปด้วยอิออนประจุลบนอกเหนือจากกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ขจัดความเหนื่อล้าแล้ว ยังขจัดคราบมลพิษและเชื้อโรคต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในร่างกายได้อีกด้วย เพราะประจุอิออนสามารถแทรกซึมเข้าไปทางผิวหนังได้ ใครมาพักที่นี่ต้องลองมาแช่ครับ แช่แล้วสดชื่นจริงๆ กลับขึ้นห้องนอนหลับสนิทถึงเช้าเลย

รุ่งขึ้นลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารชั้นล่าง เป็นบุฟเฟ่ต์ มีอาหารหลากหลาย เรื่องคุณภาพไม่ต้องห่วง ดีเลยทีเดียว จากนั้นเราก็ประกอบร่างใส่ชุดใส่รองเท้าให้พร้อม แล้วก็แบกสกีไปที่รถบัสเพื่อเดินทางไปยังลานสกี อย่าเพิ่งตกใจครับ จริงๆ แล้วจากโรงแรมเดินข้ามถนนไปหน่อยเดียวก็มี High Speed Lift นั่งได้ครั้งละ 4 คน ที่จะพาขึ้นไปยังลานสกีเหมือนกัน แต่ทางผู้จัดอยากให้ไปที่ Gondola Station ก่อนเพื่อทำความเข้าใจกับพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ให้เช่าชุดและอุปกรณ์ ในกรณีที่ไม่ได้พักที่ Sahoro ก็สามารถมาเช่าตรงนี้แล้วเล่นได้เลย รวมถึงโรงเรียนที่มีครูฝึกสอนให้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงขั้นแอดวานซ์ และแคนทีนสำหรับนักสกีที่กะว่าจะเล่นทั้งวันโดยไม่กลับไปกินที่โรงแรมก็สามารถหาอะไรง่ายๆ อย่างราเมน หรือข้าวราดแกงกะหรี่กินได้เช่นกัน

Hokkaido Snow Expo 7

พออธิบายเสร็จก็ออกไปที่ลานสกีด้านข้าง ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับมือใหม่ไว้ฝึกเล่น มีทางเลื่อนหรือ Snow Escalator ให้ด้วย แบบนี้ฝึกได้สบายไม่ต้องเหนื่อยเดินแบกอุปกรณ์ขึ้น คุณครูทดสอบพวกเราอยู่ 2-3 รอบ ก็แบ่งพวกเราเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก พวกที่ถอดใจแล้วขอขึ้นกระเช้าไปชมวิวพอ กลุ่มที่สอง ยังไม่มีทักษะเท่าไหร่ก็ให้ฝึกเล่นตรงลานด้านล่างไป กลุ่มที่สาม พอมีทักษะแล้วก็พากันไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปสกีที่ด้านบน ที่นี่มีกอนโดลา 1 ตัว และลิฟต์อีก 7 ตัว แต่มีตัวนึงที่ครูพาพวกเรากลุ่มที่สามไปนั้นแตกต่างจากลิฟต์ที่เคยใช้มา ปกติลิฟต์จะเป็นเก้าอี้ให้เรานั่ง แต่ลิฟต์ตัวนี้ไม่มีที่นั่ง เป็นแค่ก้านเหล็กคล้ายๆ ไม้ดูดส้วมขึงกับสลิงแล้วไปเชื่อมต่อกับสายสลิงที่วิ่งอยู่ด้านบน ต้องเอาก้านเหล็กที่ว่านี่สอดเข้าไปตรงกลางหว่างขาให้ส่วนปลายที่บานออกกระชับกับสะโพก เท่านั้นแหละมันก็ลากเราขึ้นไปตามเส้นทางที่สลิงขึงอยู่ เป็นครั้งแรกของผมที่เจอลิฟต์แบบนี้ และครั้งแรกนี้ก็ล้มไม่เป็นท่าเพราะยังจับจังหวะไม่ถูก ครั้งที่สองคราวนี้ไม่พลาด มือจับก้านให้มั่นคง รักษาสมดุลให้ดีแค่นี้ก็ไปได้เรื่อยๆ แล้วครับ เป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นมากเหมือนกับการสกีขึ้นเนินเขาเลย สลิงพาเรามาสุดที่ลานกว้างด้านบน ภูเขาที่เรามาเล่นอยู่นี้เรียกว่า Mount Sahoro มีความสูงไม่มากนัก ตำแหน่งสูงสุดเพียงแค่ 1,059 เมตรเท่านั้น บนนี้มีช่องทางเล่นสกี (Trail) รวมทั้งสิ้น 17 เส้นทาง ไล่เรียงจากเส้นที่สั้นที่สุด 400 เมตร ไปจนยาวสุดที่ 3 กิโลเมตร ครึ่งหนึ่งเป็นเส้นทางที่ง่าย ที่นี่จึงเหมาะกับการมาฝึกสกีเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้จากลานที่ผมอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยกรุ๊ปฝึกสกีตั้งแต่เด็กเล็กไม่กี่ขวบไปจนถึงกรุ๊ปนักเรียนมัธยม เพราะนอกจาก Sahoro Resort ที่เราพักแล้ว ยังมี Club Med Sahoro อีกแห่งหนึ่งที่ร่วมใช้ลานสกีบนเขานี้เช่นกัน กรุ๊ปเด็กเล็กส่วนมากมาจาก Club Med แทบทั้งสิ้น

ทีมของเรามีแค่ 3 คนกับครูฝึกอีกหนึ่งคน ครูทดสอบทักษะของเราจากข้างล่างแล้วจึงพามาคอร์สที่ยากขึ้น ลานบนนี้ฝั่งหนึ่งจะเหมาะสำหรับเด็กและนักสกีมือใหม่ เพราะกว้างและมีความลาดชันต่ำเพียงแค่ 4-12 องศาเท่านั้นเอง แต่เส้นทางยากๆ ก็มีนะครับ อย่างเส้นทาง North Avenue ที่ยาว 3 กิโลเมตร มีความชันสูงสุดที่ 30 องศา หรือ Central Avenue ยาว 2,840 เมตร และชัน 35 องศา แต่ต้องขึ้นกอนโดลาไปจนถึงยอดจึงจะเจอเส้นทางที่ว่า ตำแหน่งที่พวกเราเล่นไม่ชันจนเกินไปแต่ท้าทายตรงที่มีต้นไม้เยอะ ครูบอกวันนี้จะฝึกสกีผ่านต้นไม้ ผมนี่นึกถึงหนังเจมส์บอนด์ที่มีฉากไล่ล่ากันบนภูเขาหิมะแล้วตัวร้ายสกีชนต้นไม้ไปโน่นเลย ยังดีที่ไม่ชันมากจึงค่อยๆ สกีผ่านต้นไม้ไปได้ทีละคู่ๆ มาลุ้นเอาคู่ที่มีระยะห่างระหว่างต้นราวๆ เมตรเศษนี่แหละ ที่กว่าจะผ่านได้น้ำลายเหนียวเลย ผ่านลานแรกไปได้ สกีต่อลงไปเรื่อยๆเจอด่านหินที่ถึงแม้ต้นไม้จะบางตาลงแต่ทางเริ่มชันขึ้น ครูฝึกสกีผ่านต้นไม้คู่หนึ่งที่อยู่สุดทางลาดชันให้ดูเป็นตัวอย่าง เราต้องสกีลงไปด้วยความเร็วพอประมาณให้ผ่านช่องว่างไป จะชะลอความเร็วด้วยการเลี้ยวก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวผิดตำแหน่ง สุดท้ายผมผ่านได้อย่างเฉียดฉิว แต่เพื่อนร่วมทีมอีกท่านทำใจไม่ได้ตัดสินใจล้มตัวลงก่อนจะผ่านต้นไม้ จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์วนมาสกีกันต่อจนหมดเวลา กลับที่พักเปลี่ยนเสื้อผ้ากินกลางวันแบบง่ายๆ ที่ห้องอาหาร Hana Mori Kuma กันอย่างว่องไว เพราะมีกิจกรรมช่วงบ่ายต้องทำกันต่อ

อย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่าจุดเด่นของที่นี่คือ Bear Mountain สวนหมีแบบเปิดที่น่าดูมาก แต่ทว่าหน้าหนาวเขาปิดครับ ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่าจะปิดทำไม นักท่องเที่ยวหน้าหนาวเยอะกว่าหน้าร้อนเสียอีก เพิ่งมารู้เอารอบนี้เองว่าหน้าหนาวหมีมันจำศีล เพราะเจ้าภาพพาคณะของเราเข้าไปชม ปกติจะเป็นรถบัสที่กรุด้วยกรงเหล็ก แต่รอบนี้เป็นรถตีนตะขาบครับ รถพาเราไปยังประตูด้านข้างกรง ซึ่งเป็นอาคารจำศีลของหมี มีหมา 2 ตัวคอยต้อนรับขับสู้อยู่ อาคารคอนกรีตชั้นเดียว ด้านในมืดสนิท หมีแต่ละตัวจะหลับยาวตลอดฤดูหนาวอยู่ในห้องของตัวเอง อาจจะตื่นขึ้นมาบ้างเป็นบางครั้งแต่มีไม่บ่อยนัก เจ้าหน้าที่แง้มช่องเล็กๆ แล้วส่องไฟให้เราดู หมีตัวใหญ่นอนหลับอยู่ออกอาการเล็กน้อยเพราะแสงไฟไปรบกวน เราดูกันพอเข้าใจแล้วก็ย้ายขึ้นไปบนหลังคาอาคารซึ่งมีปล่องลมระบายอากาศและตัวควบคุมการเปิดปิดประตูห้อง ประตูทุกบานเป็นเหล็กหนา เปิดจากด้านบนเท่านั้นเพื่อป้องกันประตูเปิดโดยความประมาทของผู้ที่อยู่ในอาคาร และยากต่อการถูกทำลายโดยพละกำลังของหมี เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาดูหมีนอนจำศีล เสียอย่างเดียวครับ กลิ่นอึและฉี่ของพี่หมีช่างรุนแรงเหลือคณา

Hokkaido Snow Expo 7


ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท