
สลัม4ภาคชี้ชวรัตน์ออกกฎกระทรวงเปิดทางคนจนเมืองมีบ้าน
เครือข่ายสลัม 4 ภาค บุกร้อง“ชวรัตน์”เร่งลงนามกฎกระทรวงยกเว้นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เปิดทางคนจนเมืองมีบ้าน ด้าน “ชำนิ” รับปากทำเสร็จภายในเดือน ต.ค.
เครือข่ายสลัม 4 ภาค บุกร้อง“ชวรัตน์”เร่งลงนามกฎกระทรวงยกเว้นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เปิดทางคนจนเมืองมีบ้าน ด้าน “ชำนิ” รับปากทำเสร็จภายในเดือน ต.ค.
เครือข่ายสลัม 4 ภาค ประมาณกว่า 300 คน นำโดย นายพงศ์อนันต์ ช่วงธรรม แกนนำ ได้มาชุมนุมเพื่อขอ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เพื่อให้ลงนามร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร สำหรับโครงการที่รัฐจัดให้มี หรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย พ.ศ….
นายอนันต์ กล่าวว่า เหตุที่ต้องขอยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคาร เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวทำให้ไม่สามารถสร้างบ้านขนาดเล็กตามนโยบาย “บ้านมั่นคง” ของรัฐบาลได้ เพราะไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบของพระราชบัญญัติควบคุมอาคารหลายประการทั้งเรื่องพื้นที่นอกคาร และการกำหนดเขตที่ดินกับผนังริมนอกของอาคารที่กฎหมายควบคุมพ.ร.บ.อาคารกำหนดให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร แต่บ้านคนจนไม่สามารถทำแบบนั้นได้เพราะเนื้อที่บ้านมีน้อยมาก เป็นผลให้คนจนเมืองทั่วประเทศไม่มีสามารถมีที่อยู่อาศัยและยังถูกดำเนินดคีข้อหาการก่อสร้างไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทำให้คนจนเมืองไม่สามารถมีทะเบียนที่ถาวรได้ต้องเป็นพลเมืองชั้นสองของสังคม
“ด้วยความเดือดร้อนที่ว่านี่ผมจึงอยากให้ นาย ชวรัตน์ ลงนามร่างกฎกระทรวงยกเว้นผ่อนผัน การปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว เพื่อเปิดทางให้คนจนเมืองมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง” นายพงษ์อนันต์ กล่าว
นายพงศ์อนันต์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาได้นำเสนอปัญหากับรัฐบาลมาหลายสมัยแล้ว จนรัฐบาลปัจจุบันทางเครือข่ายสลัม4ภาคได้เสนอให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ซึ่งมีนายกฯเป็นประธานเพื่อผลักดันร่างกฎกระทรวงฯเป็นกฎหมาย เอื้อประโยชน์ให้คนจนสามารถสร้างบ้านได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังมีอุปสรรคที่กฎหมายควบคุมอาคารดังกล่าว
ผู้ชุมนุมรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนมีที่น้อยปลูกบ้านมา1หลังและต้องการไปขอทะเบียนบ้านกับสำนักงานเขต แต่กลับถูกดำเนินคดีเนื่องจากสร้างบ้านผิดระเบียบของพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทำให้ได้รับทะเบียนบ้านชั่วคราวเท่านั้น เวลาส่งลูกเข้าโรงเรียนก็ต้องไปฝากชื่อลูกไว้ในบ้านของคนที่มีทะเบียนบ้านถาวร ซึ่งทำให้ชีวิตลำบากมาก แม้ว่าโรงเรียนของรัฐบาลบางโรงเรียนจะผ่อนผัน แต่สำหรับกรณีที่เป็นสถาบันการศึกษาเอกชน ไม่สามารถส่งลูกเข้าเรียนได้ เนื่องจากมีทะเบียนบ้านชั่วคราว เวลาจะติดต่อราชการก็ยากลำบาก ขอให้รัฐบาลเห็นใจชาวบ้านที่ยากจนด้วย
กระทั่งเมื่อเวลา 14.00 น. นายชำนิ บูชาสุข ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ได้เดินทางมารับข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยระบุว่าในวันที่ 16 ก.ย. เข้าสู่คณะกรรมการกฤษฎีกา จากนั้นจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป โดยจะทำให้เสร็จภายในเดือน ต.ค. ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้สลายตัวไปในเวลา15.00 น.







