
'โอกินาวา' เที่ยวญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่าง
แวบแรก ถ้าให้คิดถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น คุณจะนึกถึงสถานที่ไหน? คำตอบอันดับต้นๆ ของคนไทยคงเป็นโตเกียว
โดย...ทีมงาน โลก 360 องศา facebook : โลก 360 องศา youtube : โลก 360 องศา
แวบแรก ถ้าให้คิดถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น คุณจะนึกถึงสถานที่ไหน? คำตอบอันดับต้นๆ ของคนไทยคงเป็นโตเกียว ภูเขาฟูจิ ชินจูกุ ชิบูยา ชมดอกซากุระบานที่สวนอุเอโนะ พระราชวังอิมพีเรียล ฮอกไกโด โอซากา น้อยคนนักที่จะตอบว่า “โอกินาวา”
ตามสไตล์ทีมงานโลก 360 องศา ที่จะนำเสนอในมุมที่รอบด้าน เป็นแสงไฟที่ส่องไปทั่วทุกจุดก่อนที่จะเลือกสรรความไม่ซ้ำหรือเห็นกันจนชินตามานำเสนอ และรอบนี้ก็เช่นกันที่จะขอนำเสนอ “โอกินาวา” มาเป็นทางเลือกสำหรับคนไทย เพราะทีมงานเชื่อว่าการได้เห็นและได้รู้จักประเทศต่างๆ ในหลายแง่มุม จะทำให้รู้จักและเข้าใจประเทศนั้นๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น
“โอกินาวา” มีสถานะเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของภูมิภาคคิวชู ซึ่งเป็นภูมิภาคทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น มีภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน ในฤดูร้อนมีอากาศไม่ร้อนจัดสลับกับมีฝน ส่วนฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่าเย็นสบายกำลังดี แตกต่างจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศที่ในฤดูร้อนจะร้อนอบอ้าว ส่วนในฤดูหนาวก็มีหิมะตก ด้วยสภาพอากาศดังกล่าว ทำให้ชาวโอกินาวาใช้ชีวิตสบายๆ ไม่เคร่งเครียด เร่งรีบ เหมือนกับผู้คนที่อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ที่จะพบเห็นภาพของผู้คนทำงานแข่งกับเวลาอยู่ตลอด ทุกอย่างจะมีระเบียบกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดเป็นตัวบังคับ ในฤดูร้อนจะเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับชาวญี่ปุ่น ที่จะพากันมาพักร้อนที่เกาะโอกินาวาเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศท้องทะเลสีฟ้าคราม และหาดทรายสีขาว ซึ่งน่าจะเป็นการพักจังหวะชีวิตให้ชิลๆ สบายบ้างสำหรับคนเมือง ขณะที่ในฤดูหนาวจะเป็นโลว์ซีซั่น เพราะชาวญี่ปุ่นนิยมขึ้นไปสัมผัสหิมะและทำกิจกรรมที่สกีรีสอร์ทมากกว่า
“โอกินาวา” เหมาะกับคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวแบบ FIT หรือที่ย่อมาจาก Free Independent Traveler หรือการท่องเที่ยวแบบอิสระ ซึ่งการท่องเที่ยวลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมมากสำหรับคนไทย เกาะโอกินาวาเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตประมาณ 4 เท่า ทำให้เที่ยวได้จุใจ และการเดินทางสะดวกสบาย มีบริการขนส่งสาธารณะหลากหลายและครอบคลุมเกือบทุกสถานที่ท่องเที่ยว
ทางเลือกสำหรับการเดินทางมีทั้งการเช่ารถขับซึ่งได้รับความนิยมมาก เพราะมีราคาถูกกว่าเช่ารถพร้อมคนขับ และที่เกาะแห่งนี้ก็ขับรถพวงมาลัยขวาแบบเดียวกับไทย แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องมีเอกสารใบขับขี่สากล และต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ส่วนการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นั้น ก็สามารถใช้จีพีเอสที่ติดมากับรถเช่าซึ่งมีความแม่นยำสูง
หรือหากชอบบรรยากาศสบายๆ ได้ชมวิวสองข้างทาง ก็ให้เลือกเดินทางโดยรถประจำทาง สำหรับวิธีการใช้บริการรถประจำทาง ก็แค่หยิบตั๋วที่เป็นกระดาษใบเล็กๆ ตรงเครื่องออกตั๋วบริเวณประตูทางขึ้นรถ ซึ่งตั๋วจะมีหมายเลขแสดงโซนให้บริการที่เราขึ้นมา โดยที่บนรถจะมีจอแสดงโซนต่างๆ ณ เวลานั้น และระบุราคาค่าโดยสารตามระยะทาง เมื่อถึงที่หมายก็กดกริ่ง จากนั้นรอให้รถหยุดสนิทแล้วค่อยลุกขึ้นไปหยอดเงินในเครื่องชำระเงินอัตโนมัติซึ่งติดตั้งไว้ข้างๆ คนขับ ซึ่งต้องใช้เหรียญหยอดเท่านั้น เพราะเครื่องไม่รับแบงก์
ประตูสู่โอกินาวาเริ่มต้นกันที่เมือง “นาฮะ” เมืองหลวงของจังหวัดโอกินาวานั่นเอง เมืองนี้มีประชากรประมาณ 3 แสนคน ทำให้มีบรรยากาศไม่วุ่นวายแออัด และที่นี่จะมีสนามบินนานาชาติ มีเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศมาลง รวมถึงเที่ยวบินที่จะไปยังเกาะเล็กเกาะน้อยต่างๆ จึงถือเป็นเมืองที่เป็นประตูสู่โอกินาวา และหมู่เกาะริวกิว
โอกินาวาเป็นเพียงจังหวัดเดียวในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่มีระบบรถไฟระหว่างเมือง เนื่องจากประชากรไม่หนาแน่น แต่ที่เมืองนาฮะก็ยังมีรถไฟรางเดี่ยว หรือโมโนเรลให้บริการ รวมระยะทาง 12.8 กิโลเมตร มีสถานีเริ่มต้นที่สนามบินนานาชาติ วิ่งผ่านย่านใจกลางเมือง กระทั่งไปสิ้นสุดที่สถานีชูริ
ใครที่คิดจะท่องเที่ยวไปตามเส้นทางโมโนเรล ขอแนะนำให้ซื้อตั๋วเป็น One Day Pass ซึ่งจะสามารถใช้บริการได้ไม่จำกัดภายใน 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่ออกตั๋ว หรือถ้าจะให้สะดวกขึ้นมาหน่อยแนะนำให้ซื้อบัตรเติมเงิน “โอคิกะ” (Okica) ที่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารทั้งโมโนเรลและรถประจำทางได้
ภาพของเมืองนาฮะในปัจจุบันเต็มไปด้วยตึกสูงทันสมัย แตกต่างจากภาพในอดีตที่เมืองนี้มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในฐานะศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรริวกิว ซึ่งอาณาจักรแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านการค้าขายทางทะเล มีความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงของจีน เพราะอาณาจักรริวกิวเคยรับจ้างเดินเรือสินค้าให้ ดังนั้นวัฒนธรรมของริวกิวจึงได้รับอิทธิพลจากจีน ทั้งด้านสถาปัตยกรรม การแต่งกาย เครื่องดนตรี การระบำ และภาษาพื้นเมือง ที่ครั้งหนึ่งสิ่งเหล่านี้เกือบจะสูญหายไป เพราะเกาะโอกินาวาเคยเป็นสมรภูมิสงครามที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ศาลเจ้านามิโนะอุเอะ คือหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลือมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรริวกิวรุ่งเรือง ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้ถือเป็นศาลเจ้าที่มีลำดับชั้นสูงสุด เพราะในอดีตในยามออกรบทำ
ศึกสงคราม ผู้คนจะต้องมาขอพรจากศาลเจ้าแห่งนี้ แต่ในปัจจุบันชาวโอกินาวานิยมมาขอพรเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มภัยในการเดินเรือ ส่วนเกษตรกรมาขอพรให้ผลผลิตงอกงาม และคนท้องมาขอพรให้คลอดลูกปลอดภัย รวมถึงนิยมมาเสี่ยงเซียมซีเพื่อทำนายดวงชะตากันอีกด้วย
เมืองโอกินาวามีชายหาดและทะเลสวยงามกว่าทุกเขตในญี่ปุ่น โดยที่เมืองนาฮะมีหาดนามิโนะอุเอะ ซึ่งอยู่ติดกับศาลเจ้านามิโนะอุเอะนั่นเอง เป็นหาดที่มีขนาดไม่กว้างมาก แต่หาดทรายมีสีขาวนวล จึงได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงฤดูร้อน ว่ากันว่าหากอยากรู้วิถีชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะวัฒนธรรมเรื่องอาหารการกินต้องไปเดินตลาด และที่ตลาดมากิชิซึ่งเป็นตลาดแห่งแรกของเมืองนาฮะ ตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีโมโนเรล “มากิชิ” สามารถเดินเท้าเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น
ตลาดมากิชิได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ครัวแห่งนาฮะ” (Kitchen of Naha) เพราะมีร้านค้ามากกว่า 130 ร้าน ทำให้สินค้ามีความหลากหลาย ตั้งแต่อาหารทะเลสดๆ วัตถุดิบอาหารท้องถิ่น และพืชผักเฉพาะถิ่นที่สามารถหาได้เฉพาะที่โอกินาวาเท่านั้น นอกจากนี้ที่ตลาดแห่งนี้ยังมีการจัดแสดงภาพถ่ายโบราณที่แสดงให้เห็นบรรยากาศการค้าขายในอดีตอีกด้วย
พืชผักที่เป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงของโอกินาวา คือ สับปะรดโอกินาวา มันเทศสีม่วงสายพันธุ์โอกินาวา มะละกอ และมะระ
ตลาดมากิชิยังมีตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยร้านค้าอีกมากมาย และยังสามารถเชื่อมไปถึงถนนสายช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของโอกินาวา นั่นก็คือถนน “โคคุไซโดริ” ซึ่งเป็นถนนที่มีชีวิตชีวาไปตลอดระยะทางร่วม 2 กิโลเมตร เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย มีทั้งเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ อาหารการกิน ของฝากเก๋ๆ และที่พลาดไม่ได้สำหรับการเดินถนนเส้นนี้คือ ต้องลองชิมมันม่วงของโอกินาวา อย่างที่สองคือ ชิมเนื้อหมู หรือหัวหมู อย่างที่สามก็คือ ของฝาก Shisa เก๋ๆ สักคู่ หรือผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วของโอกินาวาก็เป็นของฝากที่มีคุณค่าสำหรับผู้รับเช่นกัน สัปดาห์หน้าจะมาไขความลับของชาวโอกินาวา ว่าอะไรที่ส่งผลให้พวกเขามีอายุไขเฉลี่ยยืนยาวที่สุดในโลก







