posttoday
เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ทางเลือกเพิ่มศักยภาพการผลิต

เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ทางเลือกเพิ่มศักยภาพการผลิต

13 เมษายน 2560

อุตสาหกรรมการผลิตกำลังจะก้าวไปอีกขั้น เมื่ออาดิดาสผู้ผลิตรอง เท้ากีฬาชื่อดังสัญชาติเยอรมัน

โดย...นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

อุตสาหกรรมการผลิตกำลังจะก้าวไปอีกขั้น เมื่ออาดิดาสผู้ผลิตรอง เท้ากีฬาชื่อดังสัญชาติเยอรมัน เผยโฉมรองเท้ารุ่นใหม่ชื่อ Futurecraft 4D ซึ่งผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอาดิดาสตั้งเป้าจำหน่ายรองเท้ารุ่นดังกล่าวไว้ที่ 5,000 คู่ ภายในปีนี้ และขยายการผลิตให้ได้ 1 แสนคู่ภายปีหน้า

ในการไปสู่ยอดเป้าหมายดังกล่าว อาดิดาสได้จับมือเป็นพันธมิตรกับคาร์บอน สตาร์ทอัพในซิลิคอนวัลเลย์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโน โลยีการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อนำไปใช้ผลิตสินค้าปริมาณมากสำหรับภาคอุตสาห กรรมการผลิตโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ เทคโนโลยีของคาร์บอนมีความแตกต่างจากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติแบบเดิมๆ ที่ใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง โดยวิธีการพิมพ์รูปแบบใหม่ชื่อ Digital Light Synthesis ของคาร์บอน ช่วยให้การพิมพ์ 3 มิติมีความรวดเร็วขึ้นถึงหลายเท่า จากเดิมที่ต้องใช้เวลาผลิตพื้นรองเท้า 1 ชิ้น ราว 1 ชั่วโมง 30 นาที เหลืออยู่เพียง 20 นาที/ชิ้นเท่านั้น เนื่องจากกระบวนการพิมพ์แบบใหม่เริ่มต้นอย่างต่อเนื่องจากด้านล่างสู่ด้านบน แตกต่างจากการพิมพ์ 3 มิติแบบเก่าที่ต้องพิมพ์วัสดุซ้อนกันเป็นชั้นๆ จากด้านบนลงด้านล่างที่ใช้เวลานานกว่ามาก

นอกจากนี้ คาร์บอนยังใช้เรซินเหลวเป็นวัสดุในการพิมพ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความยืดหยุ่นมากกว่าผงพลาสติกซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในการพิมพ์ 3 มิติทั่วไป หมายความว่า อาดิดาสที่ต้องการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในการผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ จะสามารถปรับเปลี่ยนการออกแบบได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงรองเท้า หรือความยืดหยุ่นตามจุดต่างๆ เพื่อให้เหมาะสำหรับการใช้งานของลูกค้าแต่ละราย รวมถึงอาจมีการนำวัสดุอื่นๆ มาผสมผสานในการผลิตต่อไปในอนาคต

“นี่ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญ ไม่ใช่แค่สำหรับบริษัทเรา แต่รวมถึงอุตสาหกรรมการพิมพ์ 3 มิติด้วย ซึ่งในอนาคตการปรับเปลี่ยนสินค้าให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายจะมีความสำคัญยิ่งขึ้น” เกิร์ด มานซ์ หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมเทคโนโลยีของอาดิดาส กล่าว พร้อมเสริมว่า จากผลการสำรวจของบริษัท ผู้บริโภค 80% ต้องการมีส่วนร่วมในการออกแบบรองเท้า

ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาบุกเบิกแนวทางการผลิตไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยก่อนหน้านี้ ไนกี้ บริษัทผลิตรองเท้ากีฬาคู่แข่งอาดิดาส เคยทดลองใช้การพิมพ์ 3 มิติ มาผลิตรองเท้าเช่นกัน แต่ผลิตได้เพียงรองเท้าตัวต้นแบบ และรองเท้าที่สั่งทำเฉพาะสำหรับนักกีฬาชื่อดังเท่านั้น

รอยเตอร์ส รายงานว่า ขีดจำกัดดังกล่าวของไนกี้มาจากการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติแบบดั้งเดิม ซึ่งผลิตได้ช้ามากและมีต้นทุนสูง อีกทั้งผงพลาสติกที่เป็นวัสดุหลักในการพิมพ์ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพด้อยกว่าการผลิตจากแม่พิมพ์อัดฉีดพลาสติก ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ในการผลิตรองเท้า โดยเฉพาะในเอเชีย

ด้าน เทอร์รี วอห์เลอร์ส ประธานวอห์เลอร์ส แอสโซซิเอตส์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการพิมพ์ 3 มิติในสหรัฐ เปิดเผยว่า เทคโนโลยีการพิมพ์แบบใหม่ของคาร์บอนจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้อย่างมาก

วอห์เลอร์ส ยังคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ 3 มิติ จะขยายตัวขึ้น 4 เท่าจากปัจจุบัน ไปอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.99 แสนล้านบาท) ภายในปี 2022 โดยภาคอุตสาหกรรมที่นำการพิมพ์ 3 มิติ ไปใช้ในการผลิตเป็นส่วนใหญ่นั้น ประกอบด้วยอุตสาหกรรมรถยนต์ การแพทย์ ทันตกรรม และเครื่องประดับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท