
เตรียมคนเพื่อรับ IoT หรือยัง
ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมมีอัตราที่รวดเร็ว เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นทุกวัน
โดย...ดร.เอมอัชนา นิรันตสุขรัตน์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมมีอัตราที่รวดเร็ว เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นทุกวัน สถาบันการศึกษามีบทบาทสำคัญที่สุดในการสร้างบุคลากรเข้าไปเป็นกลจักรในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดการใช้ประโยชน์ พื้นฐานทางทฤษฎีที่เข้มแข็ง ผนวกกับประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง คือเป้าหมายพื้นฐานในการเรียนการสอนของนักเรียนนักศึกษาในสายวิชาชีพวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
การสร้างความได้เปรียบของบุคลากรซึ่งเป็นผลผลิตของสถาบันในการออกไปแข่งขันในตลาดงานด้านเทคโนโลยีของประเทศหรือแม้กระทั่งของโลก ย่อมต้องอาศัยวิสัยทัศน์ของสถาบันการศึกษารวมไปถึงคณาจารย์ ในการปรับตัวให้เท่าทันกระแสความเปลี่ยนแปลงอันเชี่ยวกราก
การนำ IoT มาใช้ทดแทนแรงงานคนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ คือหัวใจสำคัญที่จะผลักดันให้เทคโนโลยีนี้เติบโตและถูกนำไปใช้งานในทุกธุรกิจแลอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ภายในทศวรรษที่จะมาถึงอย่างแน่นอน
ดังนั้น ในยามที่เครื่องจักรและคอมพิวเตอร์กำลังจะเข้ามาทดแทนแรงงานระดับล่าง การยกระดับแรงงานให้มีความสามารถเพียงพอต่อตลาดงาน IoT จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน จากการสำรวจประกาศรับสมัครงานจากบริษัทชั้นนำ ปรากฏตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ IoT จำนวนมาก ตั้งแต่ระดับนักพัฒนา IoT นักพัฒนาธุรกิจด้าน IoT ไปจนกระทั่งระดับประธานเจ้าหน้าที่เทคนิค IoT (CIoTO)
การจะเป็นนักพัฒนาด้าน IoT ได้ไม่ใช่เพียงแค่จะมีความสามารถในการเขียนซอฟต์แวร์เท่านั้น หากแต่จะต้องสามารถทำงานได้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ฐานข้อมูล การเขียนโค้ดทั้งในฝั่ง Front End (เช่น HTML, JavaScript) และ Back End (เช่น Python, Node.js, Java) รวมไปจนกระทั่งฮาร์ดแวร์หรือ Embedded System และการทำให้ฮาร์ดแวร์ควบคุมหรือมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมตามต้องการ ซึ่งอาศัยศาสตร์จากหลายสาขาวิชา อาทิ วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล และวิทยาการคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ขณะที่บุคลากรที่มีความรอบด้านเหล่านี้เพียงพอมีอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก และโดยมากไม่ได้เก็บเกี่ยวความเชี่ยวชาญมาจากสถาบันการศึกษาโดยตรงทั้งหมด แต่อาศัยการเรียนรู้ในศาสตร์อื่นๆ เพิ่มเติมนอกห้องเรียนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้คนในตลาดงานหรือตามความสนใจ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ผลกระทบจะเกิดขึ้นอย่างเป็นห่วงโซ่ไปจนถึงระดับประเทศ เริ่มตั้งแต่ นักเรียนนักศึกษาที่จบมาไม่มีความเชี่ยวชาญสอดคล้องกับตลาด ตำแหน่งงานด้าน IoT ที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม การพัฒนาเทคโนโลยีที่หยุดชะงักเพราะไม่มีผู้ปฏิบัติ การผลิตและธุรกิจที่ล้าหลัง และการเสียเปรียบในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ
การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเด็ดขาดต้องเกิดจากสถาบันการศึกษาและคณาจารย์ผู้เป็นแม่พิมพ์ ที่จะปรับเบ้าหลอมให้ผลิตผลสอดรับกับความเป็นไปของโลกปัจจุบัน สร้างความได้เปรียบในตลาดงาน ยกระดับแรงงานของประเทศ







