
สยามพิวรรธน์มุ่ง Seamless สร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อ
ประกาศลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ในการพัฒนาช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ สำหรับ บริษัท สยามพิวรรธน์
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
ประกาศลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ในการพัฒนาช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ สำหรับ บริษัท สยามพิวรรธน์เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ พาราไดซ์ พาร์ค และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม ทำให้เกมของผู้ค้าปลีกในโลกออฟไลน์จะเปิดสมรภูมิแข่งดุเดือดมากขึ้นบนโลกออนไลน์
ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านส่งเสริมการตลาด และ ศิริเพ็ญ อินทุภูติ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ ร่วมกันเปิดเผยถึงย่างก้าวบนโลกออนไลน์ของค้าปลีกในเครือสยามพิวรรธน์ ว่า เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทต้องปรับตัวตามให้เท่าทัน
นั่นเพราะกลยุทธ์และวิชั่นของสยามพิวรรธน์ ที่วางเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ และต้องการให้ทั้ง 3 ศูนย์ เป็นที่ 1 ในใจของลูกค้า สะท้อนได้จากการสร้างความแตกต่างของทั้ง 3 ศูนย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและมัดใจลูกค้าตลอดไป
นอกจากนี้ พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่เน้น 5C คือ Connection พฤติกรรมที่ชอบ “การเชื่อมต่อ” อยู่ตลอดเวลา Convenience พฤติกรรมที่ชอบ “ความสะดวกสบาย” ในทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการซื้อ-ขายสินค้า Creation พฤติกรรมที่ชอบ “ความสร้างสรรค์” มีความคิดเป็นของตัวเอง ชอบดูในสิ่งที่ไม่ซ้ำซาก Curation พฤติกรรมที่ชอบ “บอกต่อ” ชอบแชร์ในสิ่งที่ตนเห็นว่ามีคุณค่าแก่ผู้อื่น และ Community พฤติกรรมที่ชอบอยู่รวมกลุ่มเป็นชุมชน และการรวมตัวของผู้ที่มีความชื่นชอบเหมือนๆ กัน
จากพฤติกรรม 5C ดังกล่าวทำให้มองหาช่องทางดิจิทัลเพื่อสื่อสารให้สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้า ทั้งทางอินเทอร์เน็ต ในการให้ข้อมูลสินค้าและบริการ รวมทั้งเพื่อโต้ตอบกับลูกค้าเพื่อให้เกิดแบรนด์เอนเกจเมนต์ หรือสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และสร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน เพราะอยากเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของลูกค้า เพราะ “ถ้าเป็นเพื่อนสนิทกัน มีอะไรก็จะบอกกัน”
ขณะเดียวกัน จากสถิติการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยมีค่าเฉลี่ยการใช้งานอินเทอร์เน็ตประมาณ 45 ชั่วโมง/สัปดาห์ หรือ 6.4 ชั่วโมง/วัน กิจกรรมหลักคือการใช้โซเชียลมีเดียทำให้ทุกภาคธุรกิจต่างๆ หันมาใช้ช่องทางในโลกอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น
“ในธุรกิจค้าปลีกนอกจากจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างการรับรู้ข่าวสาร ยังสามารถใช้ในการสร้างยอดขาย รวมทั้งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย” ชนิสา กล่าว
ด้าน ศิริเพ็ญ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์มีเว็บไซต์เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่กิจกรรมข่าวสารและสินค้าอยู่แล้ว และล่าสุดได้เปิดนวัตกรรมสื่อใหม่ครั้งแรกของวงการค้าปลีกไทย ภายใต้ชื่อ SSPATIAL (เอสสเปเชียล) ซึ่งเป็น อี-แมกกาซีน หรือแมกกาซีนออนไลน์ที่เน้นการนำเสนอมิติใหม่ของแรงบันดาลใจที่ไร้ขอบเขต
“ชื่อ SSPATIAL ที่มาของ S มาจากชื่อต้นของทั้งสามศูนย์ที่ขึ้นต้นด้วยตัว S ดังนั้น SSPATIAL จึงหมายถึงประสบการณ์พิเศษที่ทั้งสามศูนย์จะมอบให้ลูกค้า ซึ่งจะเริ่มลอนช์ปลายเดือน พ.ค.นี้” ศิริเพ็ญ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 60 ล้านบาท เปิดตัว “SSPATIAL” ในคอนเซ็ปต์ “The New Dimension of Inspiration” เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัลที่มีไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ชอบความสะดวกรวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลสินค้าและบริการได้ทุกที่ทุกเวลา และเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้ามากขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเป็นเสมือนเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับนักช็อป (Best Companions) ที่ให้ทั้งข้อมูลข่าวสาร แรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ โปรโมชั่นพิเศษต่างๆ รวมทั้งยังเป็นช่องทาง Interactive ที่ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารกับศูนย์ได้อีกด้วย
SSPATIAL จะประกอบด้วย 2 บริการหลัก ได้แก่ e-Magazine ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเสมือนนิตยสารที่รวบรวมเนื้อหาความสนใจและการให้แรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริโภครุ่นใหม่กลุ่มมิลเลนเนียล ได้เลือกในสิ่งที่ตนเองสนใจและชื่นชอบ และในอนาคตจะเป็น Online Shop นำเสนอการซื้อสินค้าได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมโปรโมชั่นมากมาย โดยคาดว่าจะเริ่มพัฒนาระบบอี-คอมเมิร์ซประมาณปลายไตรมาส 3 และคาดว่าเริ่มทำธุรกรรมซื้อขายได้ภายในปีนี้
ก่อนหน้านี้ สยามพิวรรธน์ได้เปิดซอฟต์ลอนช์ SSPATIAL เมื่อช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา และพบว่าได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลทั้งชายและหญิง ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แล้วกว่า 3 แสนคน ส่วนในเฟซบุ๊กมีแฟนเพจกว่า 1.5 หมื่นคน และสถิติการเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านกว่า 7 ล้านคน มีเอนเกจเมนต์ 1.5 แสนครั้ง และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์แตะ 1 ล้านคน
“เราเริ่ม OTO จากออฟไลน์ในรูปแบบศูนย์การค้าสู่ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และอี-คอมเมิร์ซ เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อ (Seamless) ให้ผู้บริโภค เริ่มการจัดกิจกรรมบนออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ออฟไลน์ แต่หลังจากเปิดอี-คอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ ลูกค้าจะสามารถใช้บริการได้ทั้งทางช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่เกิดการซื้อขายออนไลน์ แต่ต้องการเน้นการสร้างประสบการณ์และสร้างคอมมูนิตี้” ชนิสา กล่าวเสริม
ที่สำคัญคือ นอกจากเป็นการสร้างแบรนด์เอนเกจเมนต์ รวมทั้งสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างลูกค้ากับศูนย์การค้าแล้วยังเป็นการช่วยผู้เช่าภายในศูนย์อีกทางหนึ่งด้วย
นับเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่มั่นคงและแข็งแกร่งของสยามพิวรรธน์ ด้วยกลยุทธ์หลัก คือการเป็น “ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย” เพื่อครองความเป็นศูนย์การค้าอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคทั้งนักช็อปไทยและชาวต่างประเทศตามเป้าหมายที่วางไว้







