
ยโสธรสำลักน้ำพระสงฆ์ต้องนั่งเรือบินฑบาต
แม่น้ำชีเอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมหลายหมู่บ้านต.เขืองคำเมืองยโสธรทำให้พระสงฆ์พายเรือออกบิณฑบาต
แม่น้ำชีเอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมหลายหมู่บ้านต.เขืองคำเมืองยโสธรทำให้พระสงฆ์พายเรือออกบิณฑบาต
น้ำเหนือที่ไหลมาจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวขยายเป็นวงกว้างในเขตต.เขื่องคำ และ ต.ขุมเงิน อ.เมือง จ.ยโสธร นอกจากนี้กระแสน้ำยังได้ไหลเข้าท่วมภายในวัดบ้านปากเป่งจนส่งผลให้พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ภายในวัดถูกตัดขาดจากภายนอกและต้องให้ชาวบ้านพายเรือรับ-ส่งในการออกบิณฑบาตในแต่ละวัน ขณะที่ชาวบ้านก็ไม่สามารถที่จะเดินทางเข้าไปทำบุญในวัดได้เช่นกันในระยะนี้
ขณะที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ อยู่ในสถานการณ์ใกล้เข้าขั้นวิกฤตเนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าตัวอ่างเก็บน้ำเป็นจำนวนมาก โดยมีน้ำไหลเข้าตัวอ่าง 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำอยู่ที่ 1,262 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 87% จากความจุอ่าง 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณน้ำที่ล้นออกจากสปริงเวย์มีปริมาณมากขึ้น
โดยขณะนี้มีน้ำล้นออกมากถึง 15.83 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่มีน้ำล้นออกประมาณ 12 ล้านลูกบาศก์เมตรอย่างไรก็ตามด้านนายสุพจน์ ปั้นทรัพย์ อุตุนิยมวิยา จ.กาฬสินธุ์ แจ้งว่า ขณะนี้พื้นที่ลุ่มติดลำน้ำปาวและแม่น้ำชีต้องเฝ้าระวังปัญหาน้ำล้นตะลิ่งให้มากขึ้นเนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำในลำน้ำปาวเกินจุดวิกฤติไปแล้วกว่า 10 ซม. ระดับน้ำในลำน้ำปาวอยู่ที่ 7.21 เมตร
ทั้งนี้จุดวิกฤตอยู่ในระดับ 7.10 เมตร ทั้งนี้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน่าจะขยายวงกว้างออกไปอีกเนื่องจากยังคงมีน้ำล้นออกจากสปริงเวย์เขื่อนลำปาวในระดับสูงขึ้นทั้งนี้จากรายงานของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ พบว่ามีพื้นที่การเกษตรที่เสียหายจากปัญหาน้ำท่วมในจ.กาฬสินธุ์ใน 12 อำเภอ ประมาณ 60,000 ไร่ โดยส่วนมากเป็นนาข้าวในพื้นที่ลุ่ม 5 อำเภอที่ประกอบด้วย อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ และอ.เมืองกาฬสินธุ์บางส่วน







