posttoday
มติสภาฯ292คว่ำร่างพ.ร.บ.สตง.

มติสภาฯ292คว่ำร่างพ.ร.บ.สตง.

09 กันยายน 2553

มติสภาฯ 292 คว่ำร่างพ.ร.บ.สตง. "สามารถ" แจง เป็นหน้าที่สตง.ต้องเสนอกฎหมายเข้ามาใหม่ ขณะที่ปชป. แตกสองทาง"วิลาศ" ชี้ ควรให้ผ่านเพื่อช่วยปราบทุจริต ด้าน"วรงค์" สวนทันควัน ให้ผ่านไม่ได้เหตุกฎหมายให้อำนาจล้นฟ้ามากเกินไป

มติสภาฯ 292 คว่ำร่างพ.ร.บ.สตง. "สามารถ" แจง เป็นหน้าที่สตง.ต้องเสนอกฎหมายเข้ามาใหม่ ขณะที่ปชป. แตกสองทาง"วิลาศ" ชี้ ควรให้ผ่านเพื่อช่วยปราบทุจริต ด้าน"วรงค์" สวนทันควัน ให้ผ่านไม่ได้เหตุกฎหมายให้อำนาจล้นฟ้ามากเกินไป

มติสภาฯ292คว่ำร่างพ.ร.บ.สตง. ภาพประกอบข่าว

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มีการเลื่อนวาระเรื่อง การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน  ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก หลังจากที่วุฒิสภาได้ส่งเรื่องมาให้สภาฯดำเนินการเนื่องจากวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ถึงกึ่งหนึ่งจำนวน 75 คนตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯในฐานะประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย โดยมีการเสนอแนวทางให้สภาฯพิจารณาออกเป็น 3 แนวทาง คือ 1.ให้สภาฯมีมติยืนยันที่จะให้ผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ 2.ให้สภาฯลงมติไม่รับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ และ3.ส่งคืนให้วุฒิสภากลับไปพิจารณาอีกครั้ง

โดยนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องการให้สภาฯมีมติเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่จะช่วยแบ่งเบาภาระการตรวจสอบทุจริตของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีคดีการสอบสวนค้างการพิจารณาจำนวนมาก ที่สำคัญหากสภาฯไม่เห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ต้องมีการเสนอร่างพ.ร.บ.เข้ามาใหม่ เท่ากับว่ากระบวนการตรากฎหมายต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้งทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ให้อำนาจของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมากเกินไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้อำนาจในการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน และอำนาจดำเนินการทางวินัยทางการเงินและการคลังเท่านั้น แต่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ให้อำนาจสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมากเกินไป โดยแบ่งเป็นอำนาจในการดำเนินคดีอาญา ซึ่งครอบคลุมการไต่สวนและส่งฟ้องศาลได้ด้วยตนเอง รวมไปถึงอำนาจในการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการ ที่ให้อำนาจสอบสวนที่ระบุว่าห้ามผู้บังคับบัญชาสอบสวนข้อเท็จจริงใหม่ โดยให้ใช้ สตง.สอบสวนเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นอำนาจที่มากเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด

"การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ จะไม่เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายใน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และไม่เกี่ยวกับ กระบวนการสรรหาตัว ผู้ว่า สตง.คนใหม่ อีกด้วย เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า การสรรหา สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอกฎหมายฉบับนี้ และไม่เห็นด้วยหากจะให้ สตง. มาช่วย ป.ป.ช. ตรวจสอบทุจริต เพราะจะทำให้เกิดความสับสนในอำนาจหน้าที่ของ 2 หน่วยงาน" นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าสภาฯควรส่งเรื่องให้วุฒิสภาพิจารณาใหม่อีกครั้ง เพราะเนื่องจากมติที่ประชุมวุฒิสภาที่เห็นชอบด้วยเสียง 70 เสียง ต่อ 53 เสียง งดออกเสียง 16 ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง ไม่ได้เป็นลักษณะของการยับยั้งที่จะเป็นเงื่อนไขให้สภาฯ สามารถพิจารณายืนยันกลับไปได้ แต่เป็นเพียงมติที่เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ

ภายหลังจากการอภิปรายมาเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงที่ประชุมสภาฯได้มีมติเสียงข้างมาก 292 เสียง ต่อ 10 เสียงไม่เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวโดยมีผู้งดออกเสียง 28 เสียง และไม่ลงคะแนน 17 เสียง ซึ่งในขั้นตอนต่อไปนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯในฐานะประธานที่ประชุมแจ้งต่อที่ประชุมว่าขั้นตอนต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินว่าจะเสนอร่างพ.ร.บ.มาให้สภาฯพิจารณาใหม่อีกครั้งหรือไม่ต่อไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ