
ความรับผิดกรรมการบริษัท ความเปราะบางที่ยังมีอยู่ใน กม.ใหม่ (1)
ท่านเปลี่ยนวิธีจดบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการหรือยัง นี่อาจจะเป็นหนึ่งคำถามที่กรรมการบริษัทได้รับ
โดย...วิโรจน์ พูนสุวรรณ ที่ปรึกษากฎหมาย wirotp@loxinf/o.co.th
ท่านเปลี่ยนวิธีจดบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการหรือยัง นี่อาจจะเป็นหนึ่งคำถามที่กรรมการบริษัทได้รับ หลังจากที่พระราชบัญญัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงความรับผิดทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขกฎหมาย 76 ฉบับ ให้มีความเป็นธรรมกับกรรมการและผู้บริหารอื่นของบริษัทมากขึ้น ซึ่งก็มีความนัยว่าท่านเปลี่ยนแปลงวิธีทำธุรกิจหรือยัง เพื่อให้สอดคล้องกับโอกาสที่กฎหมายใหม่มอบให้
กฎหมายใหม่เป็นคุณแก่กรรมการและผู้บริหาร แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าท่านทราบแล้วก็อยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ต้องทำอะไร จริงอยู่กฎหมายใหม่สันนิษฐานว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ เมื่อบริษัททำความผิด และพนักงานอัยการก็ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเก่าเพื่อพิสูจน์ในเบื้องต้น ตลอดจนนำสืบเพื่อปลดเปลื้องภาระการพิสูจน์ในที่สุดให้ศาลเห็นโดยปราศจากข้อสงสัยตามสมควรว่ากรรมการเป็นผู้สั่งการหรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดนั้น หรือมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติแต่ปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนเป็นเหตุให้บริษัทไปกระทำความผิด
กฎหมายใหม่ผลักภาระการพิสูจน์ให้กลับไปเป็นของพนักงานอัยการตามหลักกฎหมายอาญาสากลที่ควรจะเป็น แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเพื่อผลประโยชน์ของตัวกรรมการเอง กรรมการก็ยังมีหน้าที่ต้องนำสืบพยานและหาพยานหลักฐานมาหักล้างพยานหลักฐานของพนักอัยการโจทก์ ถ้ากรรมการอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร จนกระทั่งเกิดคดีขึ้นมา ถึงวันนั้นกรรมการก็จะพบว่าตนไม่มีพยานหลักฐานใดๆ เลยที่จะไปสร้างข้อสงสัยแคลงใจในความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานโจทก์
กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว กรรมการก็จะต้องแพ้คดี ถูกศาลพิพากษาว่ากระทำความผิด และถูกลงโทษเหมือนกับบริษัท เหมือนกับกรณีศึกษาหลายคดีที่เข้าสู่การตัดสินของศาลฎีกาในปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งล้วนแต่ตัดสินให้กรรมการมีความผิดตามฟ้องของพนักงานอัยการทั้งสิ้น ประหนึ่งว่ากรรมการเป็นเป้านิ่งไม่มีข้อต่อสู้ที่ดีพอ และไม่เคยเก็บพยานหลักฐานในการประกอบธุรกิจเตรียมตัวไว้ใช้ในยามจำเป็น
กระนั้น กฎหมายใหม่เพียงช่วยให้โอกาสที่กรรมการจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดมีน้อยลง และโอกาสที่ตนจะได้รับโทษน้อยลงไปด้วย ตามภาระหน้าที่ในการพิสูจน์ซึ่งกลับไปเป็นของพนักงานอัยการ และการบ้านที่พนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ต้องทำเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ กฎหมายใหม่มิได้ขจัดความเสี่ยงของกรรมการให้หมดไป แต่จะทำหน้าที่เหมือนสัญญาณเตือนภัย ให้โอกาสและเวลาแก่กรรมการในการเปลี่ยนแปลงวิถีทางการทำธุรกิจ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับในธุรกิจของตนให้มากขึ้น และปรับปรุงระบบการจัดทำและจัดเก็บเอกสารหลักฐาน เพื่อไว้ใช้เป็นพยานยามที่ตนและบริษัทถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
การที่ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งวินิจฉัยตามกฎหมายสูงสุดของประเทศได้ตัดสินเกี่ยวกับความรับผิดทางอาญาของกรรมการถึงห้าคดีด้วยกัน และศาลฎีกาอีกหลายคดี ย่อมเป็นการตอกย้ำให้กรรมการได้หันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ตนและบริษัทของตนต้องถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด และหากถูกกล่าวหาก็สามารถพาตนให้พ้นภัยได้
ในทางตรงกันข้าม ถ้ากรรมการเพิกเฉยเสียไม่กระตือรือร้นที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ก็เท่ากับว่ากรรมการสละเสียซึ่งประโยชน์และโอกาสที่กฎหมายใหม่นำมาให้ ย่อมตกเป็นเป้านิ่งให้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดได้โดยง่ายเหมือนกับกฎหมายเก่าทั้ง 76 ฉบับ
(อ่านต่อฉบับวันพุธหน้า)







