
ลงทุนลิเทียมแสนล.
จับมือจีน-ไต้หวันตั้งโรงงานใหญ่สุดในโลก ผลิตแบตเตอรี่ในพื้นที่อีอีซีดันจีดีพี
จับมือจีน-ไต้หวันตั้งโรงงานใหญ่สุดในโลก ผลิตแบตเตอรี่ในพื้นที่อีอีซีดันจีดีพี
โพสต์ทูเดย์ - ดึงบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ตั้งโรงงานแบตเตอรี่ลิเทียมใหญ่สุดในโลก มูลค่าแสนล้าน
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมการจัดตั้งนิคมนิว เอสเคิร์ฟ ตามนโยบายรัฐบาลใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ และ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเก่า เพื่อผลักดันการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
ทั้งนี้ โครงการแรกจะนำร่องการร่วมทุนระหว่าง บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ กับพันธมิตรจากจีนและไต้หวันตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม มูลค่าลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนกลุ่มแรกในอุตสาหกรรมเอนเนอร์จี สตอเรจ (ระบบสำรองไฟฟ้า) ที่ต่อยอดจากแบตเตอรี่รถยนต์หรือแบตเตอรี่ตะกั่ว ซึ่งในอนาคตธุรกิจมีแนวโน้มการเติบโตและพัฒนาได้อีกมาก
นายเจน กล่าวว่า หากรัฐบาลไทยสนับสนุนอย่างจริงจัง เชื่อว่าตลาดจะโตได้กว่า 10 เท่า หรือมีมูลค่าถึง 5 แสนล้านบาท คิดเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 3.6% ของจีดีพีประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า เทียบจากปี 2557 มูลค่าตลาดเพียง 5 หมื่นล้านบาทมีสัดส่วนจีดีพี 2% และเติบโตเฉลี่ย 6-7% ต่อปี
นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ กล่าวว่า ได้เตรียมงบลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมที่มีขนาดใหญ่สุดในโลกในพื้นที่อีอีซี โดยจะตั้งบริษัทใหม่ร่วมกับบริษัท เสิ่นเจิ้น โกรวัตต์ ผู้ผลิตโรงไฟฟ้ารายใหญ่ ในประเทศจีน และบริษัท อมิตาเทคโนโลยี ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ในไต้หวัน
สำหรับการลงทุนโรงงานผลิตแบตเตอรี่ตามแผนยุทธศาสตร์การลงทุนระยะ 5 ปี แบ่งเป็น 2 เฟส ได้แก่ เฟสแรกลงทุนปีนี้ มูลค่า 3,000 ล้านบาทผลิตแบตเตอรี่ 1 จิกะวัตต์อาวร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีหน้า หลังจากนั้นงบที่เหลือจะทำการผลิตเฟส 2 จำนวน 49 จิกะวัตต์อาวร์ หรือประมาณ 2,083 เมกะวัตต์ โดยบริษัทจะจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย สัดส่วน 70-80%และในประเทศ 20%
“ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีไปต่างประเทศและอุตสาหกรรมเอนเนอร์จี สตอเรจจะเป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มีความน่าสนใจ และจะเกิดการแข่งขันในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จะเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าบริษัท เทสล่า ของสหรัฐ จะทำให้ราคาแบตเตอรี่ต่อหน่วยถูกที่สุดด้วย เพราะเรามีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า” นายสมโภชน์ กล่าว
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. ชี้แจงว่า กนอ.เตรียมจัดสรรพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมกลุ่มนิวเอส เคิร์ฟ ประมาณ 1,000-2,000 ไร่ ตามนโยบายรัฐบาล แต่ยังไม่ได้ระบุว่าโรงงานดังกล่าวจะตั้งในพื้นที่จังหวัดใดของกลุ่มอีอีซี แต่จะจัดสรรพื้นที่ให้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ไม่จำเป็นว่าพื้นที่ในกลุ่มนิว เอส เคิร์ฟ ต้องติดต่อกันทุก10 อุตสาหกรรม
ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกรณีใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่อีอีซีในระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกยังไม่มีผลบังคับใช้ เพื่อให้โครงการเดินหน้าอย่างรวดเร็วและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
“ทีมกฎหมายของรัฐบาลและ คสช.ได้ถอดประเด็นที่มีความสำคัญในร่างพ.ร.บ.อีอีซีออกมาเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 เป็นเรื่องๆ ไป เพื่อให้การดำเนินการเกิดความคล่องตัวก่อนที่กฎหมายจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา” พล.ท.สรรเสริญ ระบุ







