
เที่ยวเมืองไทยเท่ากับ ‘เท่’
ปลุกกระแสไทยเที่ยวไทยกับโครงการ “เที่ยวไทยเท่” เทรนด์ใหม่ที่จะชวนคนไทยออกไปเที่ยวเท่ทั่วไทย
โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย
ปลุกกระแสไทยเที่ยวไทยกับโครงการ “เที่ยวไทยเท่” เทรนด์ใหม่ที่จะชวนคนไทยออกไปเที่ยวเท่ทั่วไทย หวังสร้างทัศนคติและแนวคิดให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่รู้สึกว่า “เที่ยวเมืองไทย เท่ากับ เท่”
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ เที่ยวไทยเท่ ภายใต้แนวคิด ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดมุมมองใหม่ต่อการท่องเที่ยวไทย ที่สามารถสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ได้ไม่น้อยกว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศ ไปพร้อมกับกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเข้าไปสัมผัสและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของไทยอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน ททท.ได้เปิดตัว “เท่ เซ็ตเตอร์” 10 คน นำทีมโดย นาย-ณภัทร เสียงสมบูรณ์ และกรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจผ่านภาพยนตร์สั้นเที่ยวไทยเท่ฉบับพิเศษ และผลิตสกู๊ปเที่ยวไทยเท่ 9 ตอน ซึ่งคาดว่าตลอดโครงการจะสามารถสร้างการรับรู้ได้กว่า 10 ล้านคน และปลุกกระแสไทยเที่ยวไทยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ เจนวาย เพิ่มขึ้นร้อยละ 10
กลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ ททท. และประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า โครงการเที่ยวไทยเท่เป็นการต่อยอดการดำเนินงานตามแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล ตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 เป็นการสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมีฐานคิดหลักคือเปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายใน และใช้แนวทางสานพลังประชารัฐเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
“ทางหอการค้าไทยมีแนวคิดในการสนับสนุนสินค้าไทยผ่านกลยุทธ์ 2 ซี คือ ครีเอติวิตี้ (Creativity) และ คัลต์เจอร์ (Culture) เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ สร้างสินค้าไทยให้เท่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า ผลักดันให้เกิดการส่งออกทางด้านวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก ซึ่งทางหอการค้าไทยจะมีบทบาทในการสร้างซัพพลาย ส่วนทาง ททท.จะสวมบทบาทในการสร้างดีมานด์เพิ่มการจับจ่ายใช้สอยกระจายรายได้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย จึงเป็นที่มาของการจัดทำโครงการเที่ยวไทยเท่” ประธานกรรมการ ททท. กล่าว
ด้าน ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวต่อว่า อยากเชิญชวนคนไทยมาร่วมเป็น “เท่เซ็ตเตอร์” คือเป็นผู้ออกแบบมุมมองเที่ยวเท่ในสไตล์ลึกซึ้งของตัวเอง ด้วยการเที่ยวเมืองไทย สร้างสรรค์กิจกรรมไทยเท่ ออกไปค้นหา และนำเสนอมุมมองความหลากหลายทั่วไทยอย่าง 10 เทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ ได้แก่ แต่งเท่ เป็นการผสมผสานแฟชั่นผ้าถิ่นร่วมสมัย ไปท้องถิ่นไหนก็หยิบเสื้อผ้าท้องถิ่นมาประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง กินเท่ ลิ้มลองอาหารถิ่นสูตรพิเศษที่ไม่ได้หากินที่ไหนก็ได้ ทำเท่ เที่ยวแบบลึกซึ้งต้องสัมผัสให้ถึงของดีภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมเรียนรู้ และลงมือทำด้วยตนเอง ได้สัมผัสเสน่ห์ความเป็นไทย พร้อมได้ของดีไอวายชิ้นเดียวในโลกกลับบ้าน
มุมเท่ เพียงสะพายกล้อง แบกเป้ ออกไปเปิดมุมมองใหม่ให้โลกรู้ ชิลเท่ ดื่มด่ำบรรยากาศเก๋ไก๋ในร้านเท่ประจำถิ่นที่ไม่เหมือนใคร ช็อปเท่ เที่ยวเมืองไทยทั้งที ต้องช็อปของดีประจำถิ่น ไปมาเท่ เลือกพาหนะเท่ๆ เอกลักษณ์ท้องถิ่นตะลอนเที่ยว เทศกาลเท่ สนุกไปกับการแฝงตัวสัมผัสประเพณีพื้นบ้านแบบคนถิ่น แลกความเท่ จับเข่าคุยแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่กับปราชญ์พื้นบ้าน และใจเท่ เที่ยวเมืองไทยด้วยคิดใจรักษ์เมืองไทย ช่วยอนุรักษ์ความเป็นไทยให้ยั่งยืน
ทั้งหมดเป็นความหลากหลายที่เท่ไม่เหมือนใคร โดยใช้กลุ่มคนรุ่นใหม่จุดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือเผยแพร่ความเท่
นอกจากนี้ การสร้างแรงบันดาลใจด้านการท่องเที่ยวผ่านเท่เซ็ตเตอร์ทั้ง 10 คน ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดในแวดวงต่างๆ ทั้งวงการบันเทิง อาหาร ช่างภาพ โดยนำเสนอผ่านภาพยนตร์สั้นและสกู๊ปเที่ยวไทยเท่ 9 เรื่องที่นำเสนอประสบการณ์หรือไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ๆ
ทีมเท่เซ็ตเตอร์ ได้แก่ นักแสดงชื่อดัง นาย-ณภัทร เสียงสมบูรณ์ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา สองพี่น้อง ธนา-ภัทร ฉัตรบริรักษ์ ครูลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์ เชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร บิวตี้บล็อกเกอร์ ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ แฟชั่นนิสต้าสายมินิมอล ฌา-ชณิฌา บุญภาณุวิจิตร ช่างภาพเจ้าของผลงานแสงสุดท้าย โต้-วิรุนันท์ ชิตเดชะ และนักร้องสาว อิงค์-วรันธร เปานิล
ภัทร ฉัตรบริรักษ์ หนึ่งในเท่เซ็ตเตอร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนมีความคิดเหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่คิดว่าการเที่ยวต่างประเทศคือความเท่ แต่เมื่อได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ก็ได้ตกหลุมรักและค้นพบความหมายของการเที่ยวไทย
“ผมได้ไปคุยกับคุณยายคุณป้าที่ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในคลองมหาสวัสดิ์ และเขาสามารถดำรงชีวิตในหนึ่งวันได้โดยไม่ใช้เงินเลย เขาเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ปลูกผักกินเอง ผมว่านี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของความเท่ที่ค้นพบ แค่ใน จ.นครปฐมเล็กๆ จังหวัดเดียวกลับมีที่เที่ยวเยอะมาก แล้วประเทศไทยมีตั้ง 77 จังหวัด ลองคิดดูว่าจะมีที่เที่ยวขนาดไหน” ภัทรได้รับภารกิจลงพื้นที่ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ จ.นครปฐม
“ในชุมชนนั้นจะมีนาบัว สวนผัก สวนผลไม้ ซึ่งพอเห็นแล้วจะรู้สึกว่าที่นี่เหมือนชนบทในจังหวัดไกลๆ แต่ความจริงคือนครปฐมที่ใกล้กรุงเทพฯ นิดเดียวเอง ดังนั้นการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสชีวิตชนบทไม่จำเป็นต้องไปไกลเลย ขับรถ 1 ชม. ก็สามารถสัมผัสความเท่ ความเจ๋งแบบนี้ได้ และลองเปลี่ยนจากขับรถเที่ยวไปปั่นจักรยาน ผมว่ามันจะเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่ได้เก็บบรรยากาศรอบข้างอย่างช้าๆ ส่วนตัวผมก็เป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่แล้ว ผมจึงอยากเป็นกระบอกเสียงและเที่ยวให้คนอื่นดูว่าการเที่ยวไทยก็เท่ได้ไม่ต่างจากการเที่ยวต่างประเทศเลย” เขากล่าวเพิ่มเติม
ด้านแฟชั่นนิสต้า ชณิฌา บุญภาณุวิจิตร วัย 24 ปี ได้พูดถึงเสน่ห์ของการเที่ยวไทยว่า คนไทยมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าทึ่ง ทั้งการทอผ้า ย้อมผ้า และงานหัตถกรรมที่สร้างขึ้นด้วยมือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนสนใจเป็นพิเศษและสงสัยใคร่รู้ถึงแนวคิดของชาวบ้าน
“ฌาชอบงานฝีมือของไทยและนั่นเป็นความเท่มากๆ ต้องสารภาพว่าครอบครัวของฌาชอบผ้ามัดย้อมของญี่ปุ่น และรักวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่มีความละเอียดละอ่อน แต่เมื่อเข้าไปค้นข้อมูลกลับพบว่าภูมิปัญญาของไทยก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใครเลย คนไทยมีความประณีต เช่น การทอผ้า การคิดลายผ้า ทุกอย่างเกิดจากความใส่ใจ ฌาเริ่มหันกลับมาศึกษาของใกล้ตัวที่เกือบมองข้ามไปแล้ว ทั้งผ้าหม้อห้อม ผ้าย้อมครามของทางภาคเหนือและอีสาน” ฌาได้รับภารกิจให้ไปหมู่บ้านผ้าย้อมคราม จ.สกลนคร
“ฌาเองจะชอบใส่ผ้าไทย ซึ่งจะดีใจมากๆ ถ้าเห็นคนที่ติดตามเราให้ความสนใจและใส่ตาม เพราะจริงๆ แล้วผ้าไทยเหมาะสมกับคนไทยที่สุด ทั้งเรื่องความสบายและดีไซน์ก็ได้รับการพัฒนาให้ร่วมสมัยมากขึ้น เวลาไปเที่ยวไหนถ้าใส่เสื้อผ้าพื้นเมืองตามแบบคนท้องถิ่นน่าจะเป็นภาพที่น่ารัก และเราเองก็จะได้สัมผัสวัฒนธรรมด้านการแต่งกายจริงๆ ด้วย”
ททท.ยังมีกิจกรรมเที่ยวเมืองไทยแบบไหนที่คุณคิดว่าเท่ที่สุด เพื่อไปค้นหาความเท่จากทั่วเมืองไทย กระตุ้นการมีส่วนร่วมและมอบรางวัลเที่ยวไทยเท่ เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ ที่พัก และอีกมากมาย เมื่อโพสต์ภาพตัวเองกับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยที่คุณคิดว่าเท่ที่สุด ผ่านทางเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม ตั้งค่าให้เป็นสาธารณะ จากนั้นแท็กเพจเฟซบุ๊กเที่ยวไทยเท่ หรือ @เที่ยวไทยเท่ ในอินสตาแกรมพร้อมใส่แฮชแท็ก #เที่ยวไทยเท่ และ #สถานที่ในภาพที่คุณถ่าย ลงในคำบรรยายภาพ ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือนทางเพจเฟซบุ๊ก ตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค. 2560
งานนี้ ททท.มีเป้าหมายที่จะมุ่งสร้างรายได้จากไทยเที่ยวไทยเชิงคุณภาพ เน้นเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยในท้องถิ่น กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไทยได้ตลอดทั้งปี พร้อมปลุกกระแสคนไทยตื่นตัวเที่ยวในประเทศมากกว่าไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ตั้งเป้าให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยว่าร้อยละ 10 ของปีที่ผ่านมา เกิดการรับรู้ได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ปลุกกระแส
ภาคภูมิใจในความเป็นไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการท่องเที่ยวไทยให้เป็นเทรนด์ใหม่ให้คนไทยเที่ยวไทยด้วยความรู้สึก “เท่”







