posttoday
ของฝากจากมุมไบ (5)

ของฝากจากมุมไบ (5)

10 เมษายน 2560

ผลงานสำคัญอีกชิ้นของ จัมเศตจี ทาทา คือ การก่อตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐาน

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

ผลงานสำคัญอีกชิ้นของ จัมเศตจี ทาทา คือ การก่อตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของอินเดียจนถึงปัจจุบัน

สถาบันแห่งนี้ จัมเศตจี ทาทา ก่อตั้งขึ้นตามคำแนะนำของสวามีวิเวกานันทะ เมื่อทั้งสองพบกันระหว่างนั่งเรือเดินทางจากญี่ปุ่นไปสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2436 สวามีวิเวกานันทะ วัย 30 ปี เดินทางไปประชุมสภาศาสนาโลกที่ชิคาโก ส่วนจัมเศตจี ทาทา วัย 54 ปี เดินทางไปเพื่อซื้อเทคโนโลยีมาสร้างอุตสาหกรรมเหล็กกล้าในอินเดีย

น่าสนใจว่า สวามีวิเวกานันทะเป็นโยคี วัยเพียง 30 ปี แต่เป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ จัมเศตจี ทาทา นักธุรกิจผู้อายุมากกว่าถึง 24 ปี ว่า ถ้าจะไปซื้อเทคโนโลยีมาสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ จะต้องสร้างวิทยาศาสตร์ให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ซื้อมาได้เต็มที่ เพราะขาดความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีนั้น และจะไม่มีทางแข่งขันกับประเทศที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้ เพราะทันทีที่ซื้อมาเทคโนโลยีนั้นจะเริ่มล้าสมัยในทันที เนื่องจากผู้ขายเทคโนโลยีจะต้องพัฒนาเทคโนโลยีนั้นให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีก จึงจำเป็นจะต้องสร้างวิทยาศาสตร์ให้เข้มแข็ง

สัจธรรมจากโยคีหนุ่มข้อนี้ ยังคงเป็นจริงจนกระทั่งทุกวันนี้ การที่ประเทศไทยยังติด “กับดักรายได้ปานกลาง” เพราะเราอ่อนแอด้านวิทยาศาสตร์ เราจึงถูกครอบงำด้วยไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ และ “มั้ง” ศาสตร์

แต่ จัมเศตจี ทาทา ไม่เป็นเช่นนั้น 5 ปีหลังจากพบกันในเรือลำนั้น จัมเศตจี ทาทา เขียนจดหมายถึงสวามีวิเวกานันทะ เชิญชวนให้มาเป็นผู้ชี้นำโครงการที่ได้สนทนากัน สวามีวิเวกานันทะตอบรับด้วยความยินดี ทาทา ตั้งคณะกรรมการเพื่อเตรียมจัดตั้งสถาบันวิจัยและการศึกษาชั้นสูง เขียนโครงการจนเสร็จ เสนอต่อลอร์ด เคอร์ซอน เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2441 ระหว่างนั้น ได้เชิญเซอร์วิลเลียม
แรมเซย์ นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลของอังกฤษ ให้เดินทางมาอินเดียเพื่อช่วยเลือกสถานที่ตั้งสถาบัน ซึ่งเซอร์แรมเซย์เลือกให้ตั้งที่บังกาลอร์

เซอร์กฤษณะราชา โวทยาร์ที่ 4 มหาราชาแห่งไมซอร์ บริจาคที่ดินให้ 371 เอเคอร์ หรือราว  907.5 ไร่ ทาทาบริจาคเงินสร้างอาคารและซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ลอร์ดมินโตผู้สำเร็จราชการแห่งอินเดีย ลงนามในธรรมนูญจัดตั้งสถาบัน เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2442 ทาทาเสียชีวิต เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2447 ในวัย 65 ปี มหาราชาแห่งไมซอร์จึงเป็นผู้วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารหลังแรกของสถาบันเมื่อต้นปี 2454 พอถึงวันที่ 24 ก.ค.ปีนั้น ก็สามารถรับนักศึกษารุ่นแรกในแผนกเคมีทั่วไป 2 เดือนต่อมาก็เปิดแผนกเคมีอินทรีย์

ผู้อำนวยการสถาบันคนแรกเป็นชาวอังกฤษ คือ มอร์ริส ทราเวอร์ส ผู้ร่วมงานของเซอร์วิลเลียม แรมเซย์ ผู้ร่วมค้นพบก๊าซที่ทำให้เซอร์แรมเซย์ได้รับรางวัลโนเบล ชาวอินเดียคนแรกที่ได้เป็นผู้อำนวยการสถาบันแห่งนี้คือ เซอร์ ซี.วี.รามาน ผู้เคยได้รับรางวัลโนเบลในสายวิทยาศาสตร์

สถาบันแห่งนี้เน้นงานศึกษาวิจัย และการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโทและเอกทางสายวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ปัจจุบันรับนักศึกษาที่มุ่งเน้นทำวิจัยราวปีละ 250 คน จำนวนมากได้ทุนการศึกษาจากสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม นักศึกษาจะมีโอกาสเลือกเรียนวิชาตามถนัด และมีโอกาสเข้าไปร่วมในการศึกษาวิจัยระดับสูง ทั้งในสายชีววิทยา เคมี และฟิสิกส์

สถาบันให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ โดยมีคณะวิทยาการจัดการ มีหลักสูตรปริญญาโท ทางบริหารจัดการ โดยเฉพาะสำหรับบัณฑิตทางวิศวกรรมศาสตร์ ศูนย์ออกแบบและผลิตภัณฑ์ มีหลักสูตรการออกแบบระดับปริญญาโท รับนักศึกษาภาคปกติ เรียน 2 ปี

ห้องสมุดของสถาบันมีการพัฒนามาโดยลำดับ อาคารหลังนี้สร้างโดยงบประมาณจากคณะกรรมการรับรองมหาวิทยาลัย ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของสถาบันในปี 2502 ในปี 2539 ห้องสมุดได้เปลี่ยนชื่อเป็นห้องสมุดจัมเศตจี ทาทาอนุสรณ์ คณะกรรมการคณิตศาสตร์ชั้นสูงแห่งชาติรับรองห้องสมุดแห่งนี้ให้เป็นห้องสมุดคณิตศาสตร์ประจำภาคใต้ โดยให้งบประมาณต่อเนื่องในการบอกรับวารสารวิชาการด้านคณิตศาสตร์ สถาบันได้จัดสรรงบประมาณให้ห้องสมุดปีละกว่า 100 ล้านรูปี โดยเป็นค่าบอกรับวารสารต่างๆ กว่า 90 ล้านรูปี มีวารสารกว่า 1,734 ฉบับ โดยเป็นการบอกรับ 1,381 ฉบับ ที่เหลือได้จากระบบการแลกเปลี่ยน หรือได้รับอภินันทนาการ ราว 600 วารสาร

ศูนย์คอมพิวเตอร์ของสถาบันก่อตั้งขึ้นในปี 2513 และพัฒนาเป็นศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทางการศึกษาและวิจัย ในปี 2553 ให้บริการทางคอมพิวเตอร์ระดับก้าวหน้าสูงสุดแก่อาจารย์ และนักศึกษา ศูนย์แห่งนี้ได้รับงบประมาณจากกระทรวงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในโอกาสฉลอง 60 ปีของสถาบัน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของสถาบันเป็นเครื่องที่มีความเร็วติดอันดับ 6 ของอินเดีย ศูนย์แห่งนี้นอกจากให้บริการแล้วยังร่วมในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และแอพพลิเคชั่น โดยร่วมกับสถาบันต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน

วิทยาเขตของสถาบันตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ และสถานีรถโดยสารบังกาลอร์ราว 4 กม. ห่างจากสนามบินนานาชาติเคมเปโควทา ราว 35 กม. บริเวณโดยรอบเป็นที่ตั้งของสถาบันวิจัยต่างๆ ได้แก่ สถาบันวิจัยรามาน สถาบันวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย สถาบันวิจัยวู้ด และสถาบันวิจัยพลังงานกลาง

ในวิทยาเขตของสถาบันมีคณะต่างๆ มากกว่า 40 คณะ มีถนนเชื่อม เช่น ถนนอโศก ถนนอรชุน ถนนนิลคีรี ถนนมะฮอกกานี ในวิทยาเขตเป็นย่านที่พักอาศัย เนื้อที่กว่า 400 เอเคอร์ ในย่านใจกลางนครบังกาลอร์ มีคาเฟทีเรีย 6 แห่ง โรงยิมและสปอร์ตคอมเพล็กซ์ 1 แห่ง สนามฟุตบอลและคริกเกตอย่างละ 1 สนาม ศูนย์การค้า 2 แห่ง มีย่านที่พักของอาจารย์และพนักงานอื่นของสถาบัน

สถาบันแห่งนี้เป็นของรัฐ แต่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ “สถาบันทาทา” ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการรับรองมหาวิทยาลัยให้มีสถานะเทียบเท่ามหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปี 2501 นับเป็นสถาบันแห่งแรกของอินเดียที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการนี้

สถาบันแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของนิตยสารไทม์ ได้อันดับ 99 ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีในปี 2558-2559 เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มบริกส์ คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เป็นอันดับ 4 ของเอเชีย อัตราการอ้างอิงต่ออาจารย์ เป็นอันดับ 18 ของโลก และอันดับ 6 ของเอเชียในปี 2558

ทุกปี ช่วงสุดสัปดาห์ปลายเดือน ม.ค. สถาบันจะจัดเทศกาลด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวัฒนธรรม ชื่องาน “ประเวกา” เริ่มตั้งแต่ปี 2556 จะมีนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์กว่า 500 คน จากสถาบันชั้นนำของอินเดียมาร่วมงานนี้ มีค่ายวิทยาศาสตร์แห่งชาติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยม และนักศึกษาระดับปริญญาตรีด้วย

สถาบันมีทีมนักกีฬาหลากหลายและมีวงดนตรี Rhythmica ที่มีชื่อเสียงด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท