
นวัตกรรมจากความโกลาหล
ร้านกาแฟมันวุ่นวายจะตายไป ทำไมชอบไปนั่ง ... ? ผู้นิยมนั่งร้านกาแฟบางคนอาจจะเคยเจอคำถามทำนองนี้
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
ร้านกาแฟมันวุ่นวายจะตายไป ทำไมชอบไปนั่ง ... ? ผู้นิยมนั่งร้านกาแฟบางคนอาจจะเคยเจอคำถามทำนองนี้ ซึ่งบางทีเรายากที่จะตอบ จะว่าติดกาแฟก็ไม่เชิง แต่ก็อาจเป็นได้ว่าติดในบรรยากาศ อีกทั้งหลายครั้งยังได้อะไรใหม่ๆ ดีๆ มาจากความอลหม่านในร้านกาแฟ
เมื่อได้ศึกษาประวัติศาสตร์การกำเนิดของร้านกาแฟในฝั่งตะวันตกของโลก โดยเฉพาะยุโรปจะพบว่า ร้านกาแฟ (รวมทั้งร้านชา) มักจะเป็นแหล่งพบปะของนักคิด นักเขียน ศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ นักปฏิวัติสังคม และนักการเมือง คอฟฟี่เฮาส์จึงไม่ต่างกับเป็นแหล่งกำเนิดความคิด การสร้างสรรค์ นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ
สตีเวน จอห์นสัน เจ้าของหนังสือ Where Good Ideas Come From : The Natural History of Innovation บอกว่า ในช่วงเวลา 500 ปีที่ผ่านมา ร้านกาแฟคือปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับการพัฒนา รวมทั้งการแพร่กระจายความคิด แต่ก่อนหน้าที่ชา-กาแฟ จะแพร่หลายก็มีสถานที่ซึ่งผู้คนมาพบเจอและดื่ม ในยุคที่น้ำไม่สะอาดและปลอดภัยมากพอก็มีการคิดค้นผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ขึ้นมา แรกนั้นในฐานะของน้ำศักดิ์สิทธิ์หรือยารักษาโรค ก่อนจะกลายเป็นเครื่องดื่มสามัญ และกาแฟ-ชาจะเข้ามาแทนที่เป็นเครื่องดื่มระหว่างวัน ปิดยุคเมาทั้งวันในอดีตกาลไป
หลักฐานที่เป็นรูปธรรมนั้นเห็นได้จากผลงานจิตรกรรมหลายชิ้นของ วิลเลียม โฮการ์ธ จิตรกรชาวอังกฤษซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1697-1764 ซึ่งนำเสนอภาพการพบปะของผู้คนในโรงเหล้า ซึ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นร้านกาแฟในสมัยนี้ การที่ผู้คนจากหลากหลายความเป็นมาและแบ็กกราวด์ที่รวมตัวในร้านกาแฟ ทำให้เกิดการปะทะสังสรรค์ทางความคิด บางครั้งก็ทำให้เกิดอาการ “ปิ๊ง” ขึ้นมาในหัว เป็นสถานที่ซึ่งทำให้พบคำตอบหรือคิดออก
คนทำงานหลายคนเกลียดช่วงเวลาการประชุมที่สมาชิกหยิบยกเรื่องต่างๆ ของตัวเองมาวางบนโต๊ะประชุม อยากให้ประชุมเสร็จไวๆ จะได้กลับไปทำงานที่คั่งค้างอยู่ แต่ถ้าในอีกแง่หนึ่ง เวลาประชุมนี่เองที่ทำให้ไอเดียต่างๆ ผุดออกมา อย่างที่ เควิน ดันบาร์ ศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาจากแคนาดาได้ทำวิจัยเรื่องการเกิดความคิดสร้างสรรค์ในหมู่นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้คำตอบว่าส่วนใหญ่แล้วความคิดใหม่ๆ จากเหล่านักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างทำการทดลอง หรือขณะอยู่กับอุปกรณ์ทำงาน แต่จุดประกายระหว่างการรวมตัวประชุมประจำสัปดาห์ เมื่อข้อมูลหลากหลายหลั่งไหลออกมาจากแต่ละคน
เช่นนั้นเองสำนักงานของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการคิดสร้างสรรค์จึงได้สร้างบรรยากาศของการทำงานให้ออกมาเหมือนกับอยู่ในร้านกาแฟ อาจจะดูยุ่งเหยิงหรือไม่เป็นระเบียบแบบแผน แต่นี่คือทางหนึ่งในการเปิดพื้นที่ให้กับสิ่งใหม่ๆ ได้ก่อกำเนิดขึ้น
วันนี้ยังมีร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆ แล้วคงไม่ได้เปิดขึ้นเพื่อให้คนไปดื่มกาแฟทั้งวันทั้งคืน แต่เป็นสถานที่นัดพบเพื่อระดมไอเดีย ทั้งยังมีสถานที่ซึ่งเรียกว่า โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ที่นี่ไม่เพียงเป็นจุดพบปะผู้คน (และดื่มกาแฟ) แต่ยังมีพื้นที่ต่อยอดความคิดนั้นและลงมือทำให้มันก่อรูปร่างขึ้นมา หลายแห่งมีเป้าหมายที่จะเป็นสถานที่สำหรับคนชำนาญเฉพาะทางหรือสนใจทางเดียวกัน ก่อเป็นคอมมูนิตี้ซึ่งเป็นต้นทางของความคิดและก่อกำเนิดสิ่งใหม่ๆ
แต่ไม่ว่าจะเป็นโรงเหล้าในอดีต ร้านกาแฟในปัจจุบัน โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ หรืออะไรใหม่ๆ ที่จะตามมา สถานที่ หรือสิ่งแวดล้อม หรือสถานการณ์ประมาณทำนองนี้ คือปัจจัยที่คนจำนวนหนึ่งในปัจจุบันเชื่อว่าจำเป็นสำหรับการคิดสิ่งใหม่ออกมา แม้จะไม่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นเวลานั้น แต่อย่างน้อยที่สุดก็อาจจะเป็นการปฏิสนธิ จากจุดเล็กๆ และค่อยใหญ่ขึ้น สำคัญขึ้นในภายหลัง จากความคิดไร้ทิศทาง ไร้การวางแผน กลายเป็นนวัตกรรมที่ตั้งต้นจากความโกลาหล
ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านข้าวต้ม ร้านส้มตำ การชุมนุมหน้าตู้กดน้ำ หรือบนโต๊ะประชุม ถ้าหากว่า องค์ประกอบมันใช่ ทุกๆ ที่ก็สามารถกลายเป็นจุดกำเนิดความคิดหรือผลงานดีๆ ได้ แต่ความคิดใดก็ไม่อาจจะเป็นความจริงขึ้นมาได้หากไม่ลงมือทำ และในการลงมือทำบางทีเราก็ต้องการที่เฉพาะตัว เงียบๆ ตามลำพังก็เป็นได้จนกว่าจะถึง “ภาวะตัน”
เมื่อคิดไม่ออก ไปทางไหนต่อไม่ถูก เราอาจจะอยากไปสั่งลาเต้สักแก้ว และนั่งลงท่ามกลางความอลหม่านที่ร้านกาแฟ... อีกครั้ง







