posttoday
ผู้ว่าฯ‘ธัชพล’พลิกโฉม บ้านคนจนการเคหะฯ

ผู้ว่าฯ‘ธัชพล’พลิกโฉม บ้านคนจนการเคหะฯ

09 เมษายน 2560

หลังจากเข้ามารับตำแหน่ง ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ธัชพล กาญจนกูลตั้งเป้าว่าจะต้องผลักดัน

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

หลังจากเข้ามารับตำแหน่ง ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ธัชพล กาญจนกูลตั้งเป้าว่าจะต้องผลักดันให้การเคหะแห่งชาติเป็นสถาบันที่อยู่อาศัยของประเทศ โดยจะเป็นหน่วยงานที่รวมทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่การสร้างบ้าน สร้างชุมชน สร้างคุณภาพชุมชน สร้างระบบการบริหารชุมชน สร้างอาชีพภายในชุมชน รวมทั้งการนำเครื่องมือทางด้านการเงินและกลยุทธ์ตลาดเข้ามาใช้ เพื่อผลักดันให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถสร้างรายได้ให้มากขึ้นตามไปด้วย ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผลักดันให้เขาเหล่านั้นเติบโตไปพร้อมๆ กับการอยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ

ณ วันนี้ หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ คือเร่งแผนการดำเนินงานในปี 2561 ให้มาดำเนินการภายในปี 2560 คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท คิดจากปี 2560 นั้นมีงานค้างอยู่เป็นมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับว่าหนักหนาอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่จะติดปัญหาการขออนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมหลายโครงการหรืออีไอเอกฎหมายการใช้ที่ดิน พ.ร.บ.เวนคืน หรืออาจจะต้องใช้มาตรา 44 เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้

ขณะเดียวกัน ได้มีการผลักดันให้เกิดการนำร่องเมืองข้าราชการ 3 โครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาแถววัดกู้อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่ อ.ลำลูกกาจ.ปทุมธานี และ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พัฒนาบนที่ดินของการเคหะฯ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาทั้งโครงการในรูปแบบที่การเคหะฯ เป็นผู้ดำเนินการเองหากเป็นโครงการขนาดเล็ก ส่วนโครงการขนาดใหญ่จะมีการร่วมทุนกับภาคเอกชน หรือจอยต์เวนเจอร์ โดยเอาที่ดินของการเคหะฯ นั้นแปลงเป็นทุนและสามารถไประดมทุนจากสถาบันการเงินได้ ซึ่งทั้งภาครัฐและเอกชนถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากันฝ่ายละ 49% และมีหน่วยงานกลางเข้ามาถือหุ้น ซึ่งเป็นโครงการไม่ถึง 1,000 ล้านบาท ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ขณะเดียวกันหากจะพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตก็ต้องมีการปรับแก้กฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในอนาคต  

ทั้งนี้ เมื่อมีการร่วมทุนกันแล้วทางการเคหะฯ จะเป็นเพียงผู้กำกับเชิงนโยบาย เพราะได้เข้าไปเป็นบอร์ดในการดำเนินงาน ต้องสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยเท่าใด ในจำนวนที่เหลือเอกชนจะเข้าไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์และการกู้เงินเพื่อพัฒนาจะไม่มีปัญหา เพราะอย่างไรธนาคารต้องปล่อยสินเชื่อแน่ๆ เนื่องจากเป็นโครงการของภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนวิธีนี้จะวินวินทั้งสองฝ่าย เพราะการเคหะฯ มีที่ดินจำนวนมากในหลายจังหวัด แต่ขาดเงินทุน ขณะที่ภาคเอกชนนั้นส่วนใหญ่มีเงินทุนแต่ขาดแคลนที่ดิน โดยใช้ความเป็นมืออาชีพของบริษัทเอกชนและการเคหะฯ มารวมกันจะทำให้การทำงานไม่ยาก เมื่อพัฒนาโครงการแล้วเสร็จอาจจะนำโครงการในรูปแบบเช่าที่พัฒนาโอนเข้ากองรีท ซึ่งจะทำให้สามารถรับรู้รายได้ได้ทันที

“ที่ผ่านมาจะทำโครงการร่วมทุนภาครัฐและเอกชน กลับไปมองที่ภาพโครงการขนาดใหญ่ต้องเป็นโครงการระดับ 2,000 ล้านบาท แต่จะมีอุปสรรคเต็มไปหมดเลย แต่เราควรจะมองรูปแบบโครงการที่สามารถขับเคลื่อนได้ทันที เริ่มจากโครงการขนาดเล็กเช่น ทำโครงการเมืองข้าราชการขนาดเล็ก ร่วมกับโครงการที่จะเดินตามแผนปี 2561 ให้มาดำเนินการในปี 2560 รวมถึงการนำที่ดินของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มีอยู่หลายพันไร่ทั่วประเทศ มาสร้างเป็นที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางได้ หรืออาจจะสร้างที่อยู่อาศัยประชารัฐเชิงเกษตรกรรม เมื่อซื้อหรือเช่าที่จะต้องมีแปลงนา มีร้านค้าชุมชนอยู่ในภายในโครงการให้สามารถปลูกผัก ทำการเกษตรสร้างรายได้”

ผู้ว่าการเคหะฯ ธัชพล ย้ำว่า สิ่งสำคัญในการพัฒนาไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่สิ่งสำคัญต้องสามารถสร้างความยั่งยืนอย่างมั่นคง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท