
ส่งสุขส่งเศรษฐกิจ
อัตราการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากสุดในรอบ 12 ปี ตามการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ
อัตราการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากสุดในรอบ 12 ปี ตามการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,197 ตัวอย่าง ช่วงวันที่ 28 มี.ค.-2 เม.ย. 2560 พบว่า ตรุษสงกรานต์ปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดราว 1.27 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.53% หรือเป็นอัตราเพิ่มที่สูงรอบ 12 ปี นับตั้งแต่ทำการสำรวจมา แม้ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะไม่ถือว่าสูงมาก เพราะประชาชนยังกังวลว่าค่าครองชีพไม่สอดคล้องกับรายได้ ทำให้ระวังการใช้จ่ายบ้าง
สำหรับเงินที่จะใช้จ่ายเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นเม็ดเงินที่มาจากไหน ตามผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ 67.4% มาจากเงินเดือน ถัดจากนั้น 14.3% นำเงินออมมาใช้จ่ายสงกรานต์ 10.8% มาจากโบนัส และ 3% มาจากเงินกู้ ซึ่งสัดส่วนโครงสร้างของที่มาของเงินที่ใช้จ่ายในปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเงินที่นำมาใช้ฉลองสงกรานต์มาจากใช้เงินเดือนเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อนมีสัดส่วนอยู่ที่ 34% ขณะที่สัดส่วนการใช้เงินออมปีนี้ลดลงจากปีก่อนเหลือสัดส่วน 34.4% ใกล้เคียงกับปี 2550 ที่เศรษฐกิจไทยโต 5%
สิ่งนี้สะท้อนว่า คนเริ่มมีรายได้มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น พอที่จะใช้เป็นฐานการใช้จ่ายได้ ไม่ต้องไปนำเงินออมออกมาใช้ ซึ่งตีความได้ว่า เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้น
เมื่อมองไปที่การใช้จ่ายกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 71.6% ระบุว่ามีแผนจะใช้จ่ายเดินทางไปท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวในจังหวัดที่อาศัยอยู่ ท่องเที่ยวจังหวัดอื่นในประเทศ และท่องเที่ยวต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างอีก 23.9% ระบุว่าจะพักผ่อนอยู่บ้าน และอีก 4.6% ไม่มีการวางแผนไปท่องเที่ยว
พอตามไปดูการใช้จ่ายท่องเที่ยว พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ถึง 90.1% วางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่คนละ 3,951 บาท ส่วนอีก 9.9% วางแผนการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่คนละกว่า 7.53 หมื่นบาท ส่วนแผนการใช้จ่ายด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการท่องเที่ยว พบว่าอันดับ 1 จะเป็นการเดินทางไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ ไปเยี่ยมญาติ อันดับ 2 ไปทำบุญ อันดับ 3 ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับ 4 ซื้อกระเช้า และอันดับ 5 ไปเล่นน้ำสงกรานต์
จากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างสะท้อนให้เห็นว่า การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากในรอบหลายปี และการใช้จ่ายส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นการใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศ สิ่งนี้นับเป็นแรงหนุนที่ดีซึ่งจะส่งให้เศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ผ่านมาที่ยังฟื้นตัวอย่างอ่อนๆ ให้ยังรักษาแรงส่งหรือโมเมนตัมต่อไปได้ ซึ่งหากรัฐพยุงสิ่งนี้ให้ดี มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องระบบสาธารณูปโภคเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มีการตีกรอบส่งเสริมการท่องเที่ยวสงกรานต์ ตรวจเข้มความปลอดภัยการจราจรอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทำให้เกิดเหตุสะดุดเหมือนบางเรื่องอย่างที่ผ่านมา
ก็เชื่อว่าเทศกาลปีใหม่ไทยหรือสงกรานต์ปีนี้ รัฐบาลจะได้ทั้งกล่องทั้งเงิน ที่ทำให้ตรุษไทยเป็นตรุษที่สนุกสนานครึกครื้นรื่นเริงในบรรดาเครือญาติพี่น้อง ที่ปีหนึ่งจะได้มาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตามีความสุขตามระบบครอบครัวใหญ่ของวัฒนธรรมไทย และที่สำคัญบรรยากาศที่ดีจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนกลับมาทำงานร่วมสร้างผลผลิตเศรษฐกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพประสิทธิผล ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นแรงหนุนให้การบริโภคในประเทศ จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจที่ขณะนี้ต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคบริการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐเท่านั้น







