
โผสินค้าเหยื่อทรัมป์
พาณิชย์เปิดรายชื่อเสี่ยงโดนสหรัฐเก็บเอดี/ซีวีดี คาดให้วางเงินประกันเพิ่ม
พาณิชย์เปิดรายชื่อเสี่ยงโดนสหรัฐเก็บเอดี/ซีวีดี คาดให้วางเงินประกันเพิ่ม
โพสต์ทูเดย์ - “พาณิชย์” ชี้ไทยมีสินค้ากลุ่มเสี่ยงทั้งเหล็ก ชิ้นส่วนยานยนต์กุ้งแช่แข็ง อาจโดนสหรัฐรีดวางเงินประกันหากพบเลี่ยงจ่ายภาษีเอดี
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามการประกาศคำสั่งพิเศษ (Executive Order) ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐจะประกาศว่าภายในเวลา 90 วัน สหรัฐจะกำหนดให้ผู้นำเข้าของสหรัฐที่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้ คือ 1.หน่วยงาน U.S. Customs and Border Protection (CBP) ไม่เคยมีข้อมูลการนำเข้าจากผู้นำเข้ามาก่อน หรือเป็นผู้นำเข้ารายใหม่
2.CBP มีข้อมูลว่าผู้นำเข้าดังกล่าวเคยหลีกเลี่ยงไม่จ่ายอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) หรืออากรที่เรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าที่มีการอุดหนุนสินค้านั้น (ซีวีดี) หรือ 3.CBP มีข้อมูลว่าผู้นำเข้าดังกล่าวไม่จ่ายอากรเอดีหรือซีวีดีภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องโดนวางเงินประกัน (Bond) ในการนำเข้าสินค้าที่สหรัฐเก็บเอดีและซีวีดี แต่ในขณะนี้สหรัฐยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดต่างๆ เช่น เก็บอัตราเท่าใด เก็บอย่างไร คาดว่าจะต้องมีการออกประกาศให้รายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสหรัฐมีมาตรการเอดีและซีวีดีกับประเทศต่างๆ หลายสินค้า แยกเป็นมาตรการเอดี 325 กรณี และมาตรการซีวีดี 121 กรณี โดยเฉพาะในหมวดผลิตภัณฑ์เหล็ก เคมีภัณฑ์ ยานพาหนะและชิ้นส่วน ยางและพลาสติก อุปกรณ์ไฟฟ้า สิ่งทอ แร่ธาตุ และอาหารที่มีมูลค่าสูง และมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวในหลายรายการ ซึ่งประกาศของสหรัฐจะกระทบกับผู้นำเข้าสินค้าบางประเภทจากไทย คือ สินค้าที่สหรัฐเคยใช้เอดีและซีวีดีกับไทย อาทิ เหล็กแผ่นรีดร้อน ท่อสเตนเลส ถุงพลาสติก กุ้งแช่แข็ง และสินค้าที่สหรัฐใช้มาตรการเอดีและซีวีดีกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะจีนที่ไทยมีการส่งออกด้วย อาทิ ยางรถยนต์ แผงโซลาร์เซลล์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ กุ้งแช่แข็ง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้การส่งออกสินค้าไทยต้องได้รับผลกระทบโดยไม่จำเป็น กระทรวงพาณิชย์จึงอยากขอให้ผู้ส่งออกไทยตรวจสอบคุณสมบัติของผู้นำเข้าในสหรัฐที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าของตนเองอย่างระมัดระวังว่า ไม่เคยเป็นผู้ที่ไม่จ่ายเงินค่าอากรเอดีและซีวีดีให้สหรัฐ หรือเป็นผู้นำเข้ารายใหม่เลย เพื่อมิให้ผู้นำเข้าถูกเรียกวางเงินประกันเพิ่ม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะมาเรียกร้องให้ผู้ส่งออกไทยร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายนั้นด้วย
นอกจากนี้ การวางเงินประกันอาจกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนการส่งออกของไทย หรือการนำเข้าสินค้าจากไทย โดยเฉพาะหากการคืนเงินใช้เวลานาน หรือเกิดกรณีพิพาทกัน เช่น กรณีของกุ้งแช่แข็งที่ไทยเคยถูกสหรัฐเรียกเก็บอากรเอดี และให้มีการวางเงินประกันนำเข้า
“ประกาศฉบับที่ใช้เรื่องเอดีและซีวีดีของสหรัฐนี้ ไม่ได้กล่าวถึงการประเมินเพื่อระบุประเทศเหมือนประกาศอีกฉบับเกี่ยวกับการขาดดุล (Trade Deficits) แต่จะใช้กับสินค้าจากทุกประเทศที่ถูกเรียกเก็บอากรเอดีและซีวีดีเมื่อสหรัฐได้จัดทำรายละเอียดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนออกมาใน 90 วัน” น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว
สำหรับเอดี หรือ Anti-Dumping คือการเก็บอากรเพื่อชดเชยการทุ่มตลาด(ขายของต่ำกว่าราคาทุน) ส่วนซีวีดี หรือ Countervailing Duties คืออากรที่เก็บจากการที่ประเทศคู่ค้ามีการอุดหนุนในสินค้านั้นๆ โดยเป็นการอุดหนุนที่ไม่สามารถทำได้ภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ซึ่งในสัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์จะทยอยเรียกประชุมกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ มาหารือถึงผลกระทบต่อมาตรการที่สหรัฐจะประกาศใช้ หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกันเป็นการภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมไปก่อนหน้านี้







