
หยุดเถิด
ใครที่มีความคิดจะส่งเด็กนักเรียนอาชีวะที่ตีกันลงไปทำประโยชน์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คงต้องคิดใหม่ให้ดี
ใครที่มีความคิดจะส่งเด็กนักเรียนอาชีวะที่ตีกันลงไปทำประโยชน์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คงต้องคิดใหม่ให้ดี
ยิ่งเฉพาะถ้าเป็นความคิดของคนในกระทรวงศึกษาธิการ ก็ต้องตริตรองให้รอบคอบ
ความคิดนี้บอกตามตรงไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
และอย่าได้แปลกใจ ทำไมระบบการศึกษาไทยถึงงมโข่ง ดักดาน ล้าหลัง ก็เนื่องจากมีคนอย่างนี้อยู่ในกระทรวงที่เป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์ของชาติ
ผลกระทบที่จะตามมาจากการส่งเด็กนักเรียนลงไป จะมีมากมายอย่างคิดไม่ถึง
ไม่เพียงเฉพาะความปลอดภัยของนักเรียนอาชีวะเท่านั้น แต่จะทำให้การแก้ปัญหาภาคใต้ยากยิ่งขึ้น
การส่งนักเรียนลงไป ถือเป็นการลงโทษทางอ้อมเพื่อสร้างนิสัยใหม่ ภาษาชาวบ้านคือการดัดสันดานใช่หรือไม่
จะลงโทษใครก็ต้องส่งไป 3 จังหวัดภาคใต้
3 จังหวัด จะไม่แตกต่างจากดินแดนแห่งการดัดสันดานไปแล้วหรือ
เหมือนเป็นค่ายนรกเกาะตะรุเตายุคใหม่ก็ว่าได้
ภาพพจน์ 3 จังหวัด จะเสียหายไม่มีชิ้นดี
ไม่เพียงแต่เด็กนักเรียนอาชีวะหรอกที่จะต้องคิด แต่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฯลฯ ที่ถูกส่งไป ก็ต้องคิดเช่นกัน
มีใครเห็นหัวอกพวกเขากันบ้างหรือเปล่า
พวกเขาถูกส่งไปทำงานให้บ้านเมือง ไม่ใช่ส่งลงไปดัดสันดาน
หากมีแผนส่งนักเรียนลงไปเช่นนี้คงไม่มีใครอยากลงไปทำอะไรที่นั่นอีก เพราะกลายเป็นสถานที่ดัดสันดานกันไปแล้ว
เหมือนตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้น สมัยก่อนยามที่เด็กๆ ร้องไห้ ก็มักจะได้รับคำขู่ให้หยุดร้อง ไม่เช่นนั้นตำรวจจะมาจับ
ผลคือเด็กหยุดร้อง แต่ก็เกลียด กลัวตำรวจมาตั้งแต่เด็ก
ต่อไปคงต้องไปขู่เด็กนักเรียนอาชีวะ ถ้าตีกัน ต้องถูกจับส่งลงไปภาคใต้
มันไม่ฉิบหายคราวนี้จะฉิบหายคราวไหน
เพราะเป็นการสร้างเงื่อนไขความแตกแยก ความเกลียดชังให้เกิดขึ้น ทั้งจากคนในพื้นที่และนอกพื้นที่
ถ้าอยากส่งนักเรียนอาชีวะตีกันไปบำเพ็ญประโยชน์ ควรจะต้องเปิดพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเน้นพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร
จากนั้นส่งเด็กนักเรียนอาชีวะไปทำงานในชุมชน คล้ายๆ กับการออกค่ายละลายพฤติกรรมน่าจะดีกว่า
อย่าไปจำเพาะเจาะจงที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เพราะมันจะกลายเป็นจุดดำ รอยด่าง ที่แก้ไขได้ยาก
3 จังหวัดชายแดนใต้มีปัญหามากแล้ว อย่าไปสร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้นอีกเลย
การแก้ปัญหาหนึ่ง แต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งมันไม่ถูกต้อง
สมองที่มีอยู่ คิดบ้าง
โปรดอย่าให้มันเป็นแค่เครื่องประดับที่อยู่ในกะโหลกเท่านั้น







