posttoday
เอฟทีเอช่วยส่งออกลดภาษี7หมื่นล.

เอฟทีเอช่วยส่งออกลดภาษี7หมื่นล.

09 กันยายน 2553

เอกชนใช้สิทธิเอฟทีเอได้ส่วนลดภาษีส่งออกกว่า 7 หมื่นล้านบาท นำเข้า 3 หมื่นล้านบาท กรอบอาฟตาได้รับความนิยมมากสุด

เอกชนใช้สิทธิเอฟทีเอได้ส่วนลดภาษีส่งออกกว่า 7 หมื่นล้านบาท นำเข้า 3 หมื่นล้านบาท กรอบอาฟตาได้รับความนิยมมากสุด

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยผลศึกษาเรื่อง “การเก็บเกี่ยวประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีฉบับต่างๆ : โอกาสหมื่นล้านของผู้ประกอบการไทย” ว่า ปี 2552 การส่งออกของไทยได้รับประโยชน์จากการจ่ายภาษีลดลง 7.2 หมื่นล้านบาท ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) 5 ฉบับ ได้แก่ อาเซียน (อาฟตา) อาเซียนจีน ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) ไทยออสเตรเลีย และโครงการเก็บเกี่ยวล่วงหน้าภายใต้กรอบไทยอินเดีย (TIFTA) โดยมีอัตราใช้สิทธิ 51.51% เป็นกรอบอาฟตามากที่สุด

ขณะที่การนำเข้าจ่ายภาษีน้อยลง 3.3 หมื่นล้านบาท อัตราใช้สิทธิ 37% หากผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์เต็ม 100% จะทำให้ไทยจ่ายภาษีจากการส่งออกลดลง 1.31 แสนล้านบาท และการนำเข้า 5.3 หมื่นล้านบาท

กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์เพิ่ม ถ้าใช้สิทธิเต็ม 100% คือ ส่งออกยานยนต์ อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ส่วนนำเข้า ในทางกลับกันถ้านำเข้ากลุ่มเครื่องจักรกล ชิ้นส่วนยานยนต์ และเคมีภัณฑ์ จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นมากกว่า 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี การใช้สิทธิก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ 1.ปัญหาและอุปสรรคจากการเจรจาความตกลง เช่น สินค้าอยู่นอกรายการลดภาษี หรืออยู่ในรายการสินค้าอ่อนไหว สินค้าได้รับสิทธิประโยชน์ถูกจำกัดโควตา สินค้าได้รับแต้มต่อไม่จูงใจมากพอ ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ควรเจรจาให้เกิดแต้มต่อตั้งแต่ระดับ 5% ขึ้นไป จึงจะสามารถสร้างแรงจูงใจที่มากพอต่อการเข้ามาใช้สิทธิ

2.ปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินการตามความตกลง เช่น ผู้ประกอบการขาดความตระหนักถึงประโยชน์ที่ควรจะได้รับ ขาดความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับขั้นตอนการขอใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิด หรือเกิดความสับสน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่สำคัญ ทำให้เสียโอกาสในการเข้าไปใช้ประโยชน์จากข้อตกลง ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐไม่สามารถดำเนินการออกกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันภายใต้ความตกลงได้ เป็นต้น และ 3.ปัญหาและอุปสรรคอื่นๆ เช่น ผู้ประกอบการไทยยังไม่สามารถแข่งขันด้านราคาสินค้ากับคู่แข่งได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงกว่ามาก โดยเฉพาะค่าจ้างแรงงาน

“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเอฟทีเอ ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วให้ได้มากที่สุด” นายสมเกียรติ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69