posttoday
เมืองรองอาเซียน : เฉดสีอันแตกต่าง

เมืองรองอาเซียน : เฉดสีอันแตกต่าง

07 เมษายน 2560

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปจัดงานเสวนา “เล่าเรื่องอาเซียน” ซึ่งรวบรวมบรรดานักธุรกิจและสื่อมวลชนหลายแห่งจากทั่วภูมิภาคอาเซียนไว้ด้วยกัน โดยงานจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ที่เมืองโซโลในจังหวัดชวากลางของอินโดนีเซีย ภายในงานเราได้พูดคุยกันหลายประเด็นที่ผู้เข้าร่วมงานเสนอขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุตสาหกรรมพื้นบ้านของเมืองโซโลอย่างการทำผ้าบาติก รวมถึงมีการแสดงศิลปะและดนตรีพื้นเมืองซึ่งสร้างสีสันในงานด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ผมยังได้แสดงมุมมองเกี่ยวกับความสำคัญของเมืองรอง (Secondary City) หลายแห่งภายในภูมิภาค เช่น เมืองดาเวาในฟิลิปปินส์ เมืองบั๊กนิงซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมืองฮานอยในเวียดนาม เมืองเชียงใหม่ทางเหนือของไทย และแน่นอนว่า รวมถึงเมืองโซโลแห่งนี้ด้วย โดยผมมองว่า บรรดาเมืองรองเหล่านี้มีลักษณะที่แตกต่างหลากหลายมากกว่าเมืองหลวงของประเทศอาเซียน ผมคิดว่าเมืองหลวงของแต่ละประเทศอาเซียนมีลักษณะร่วมกันหลายอย่าง โดยเฉพาะความเป็นนานาชาติที่รวมเอาผู้คนร่ำรวยต่างเชื้อชาติไว้ด้วยกัน สังเกตได้จากจำนวนศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแบรนด์ชื่อเดิมๆ ค่าครองชีพสูง และการจราจรติดขัดทั่วเมือง แต่เมื่อเอาไปเทียบกับบรรด

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปจัดงานเสวนา “เล่าเรื่องอาเซียน” ซึ่งรวบรวมบรรดานักธุรกิจและสื่อมวลชนหลายแห่งจากทั่วภูมิภาคอาเซียนไว้ด้วยกัน โดยงานจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ที่เมืองโซโลในจังหวัดชวากลางของอินโดนีเซีย ภายในงานเราได้พูดคุยกันหลายประเด็นที่ผู้เข้าร่วมงานเสนอขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุตสาหกรรมพื้นบ้านของเมืองโซโลอย่างการทำผ้าบาติก รวมถึงมีการแสดงศิลปะและดนตรีพื้นเมืองซึ่งสร้างสีสันในงานด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ผมยังได้แสดงมุมมองเกี่ยวกับความสำคัญของเมืองรอง (Secondary City) หลายแห่งภายในภูมิภาค เช่น เมืองดาเวาในฟิลิปปินส์ เมืองบั๊กนิงซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมืองฮานอยในเวียดนาม เมืองเชียงใหม่ทางเหนือของไทย และแน่นอนว่า รวมถึงเมืองโซโลแห่งนี้ด้วย โดยผมมองว่า บรรดาเมืองรองเหล่านี้มีลักษณะที่แตกต่างหลากหลายมากกว่าเมืองหลวงของประเทศอาเซียน

ผมคิดว่าเมืองหลวงของแต่ละประเทศอาเซียนมีลักษณะร่วมกันหลายอย่าง โดยเฉพาะความเป็นนานาชาติที่รวมเอาผู้คนร่ำรวยต่างเชื้อชาติไว้ด้วยกัน สังเกตได้จากจำนวนศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยแบรนด์ชื่อเดิมๆ ค่าครองชีพสูง และการจราจรติดขัดทั่วเมือง

แต่เมื่อเอาไปเทียบกับบรรดาเมืองรอง จะพบว่าเมืองเหล่านี้มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดตามปัจจัยแวดล้อมของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ จากการลองใช้ชีวิตในเมืองรอง ผมพบว่าตัวเองได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศนั้นๆ มากกว่าอยู่ในเมืองใหญ่ด้วยซ้ำ 

ผมจึงขอสรุปลักษณะเมืองรองเด่นๆ ของแต่ละประเทศไว้ ดังนี้

- เมืองอิโลอิโล ที่ตั้งอยู่ในเขตเวสเทิร์นวิซายาส ของฟิลิปปินส์ มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม โดยโบสถ์หลายแห่งภายในเมืองสร้างขึ้นแบบศิลปะสเปน ในสมัยที่ฟิลิปปินส์ยังเป็นอาณานิคมของสเปน

- เมืองมานาโด บนเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวมินาฮาซาไว้ได้เป็นอย่างดี เมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยทิวเขาอันอุดมสมบูรณ์และทะเลที่สวยงามอีกด้วย

- เมืองพะสิม ติดริมแม่น้ำอิรวดีของเมียนมา นับเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวเลื่องชื่อของประเทศ

- เมืองบั๊กนิง ของเวียดนาม กำลังกลายเป็นเมืองที่มีความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรม และยังเป็นสถานที่ตั้งโรงงานของซัมซุง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังสัญชาติเกาหลีใต้ในเวียดนามด้วย

- เมืองอิโปห์ ตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ในมาเลเซีย มีชื่อเสียงในเรื่องวัฒนธรรมอาหาร

ผมคิดว่า ความโดดเด่นที่แตกต่างกันของเมืองเหล่านี้ จะจุดประกายและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นทั่วประเทศนั้นๆ ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท